⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 286/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายกับนายจำปาทะเลาะกัน ภรรยาผู้ตายพูดว่านายจำปา จำเลยจึงร้องห้ามไม่ให้เข้าข้างสามี แล้วผู้ตายใช้มีดแทงจำเลย จำเลยวิ่งหนีแต่ก็ถูกชาย 2 คน ในบ้านผู้ตายกลุ้มรุมตีและแทงจำเลยอีก จำเลยวิ่งกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 1 เส้นเศษ เอาปืนมายิงผู้ตาย ดังนี้ถือได้ว่า จำเลยยิงผู้ตายทันทีทันใดในขณะนั้นโดยบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเห่งอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย ๑ นัด โดยเจตนาฆ่าให้ตาย และผู้ตายได้ถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลสมดังเจตนาของจำเลย จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดดังฟ้อง ต่อมาจำเลยให้การว่า จำเลยถูกผู้ตายและบุตร กับเพื่อผู้ตายกลุ้มรุมทำร้าย จึงใช้อาวุธปืนยิงไปเพื่อป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๘ ปี คำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณ ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้ตายได้ทำร้ายจำเลยก่อนด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยยิงผู้ตายโดยบันดาลโทสะ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๗๒ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ขณะที่จำเลยผู้ตายและนายจำปาเพื่อนจำเลยกับผู้ตายพายเรือกลับบ้าน ผู้ตายและนายจำปาทะเลาะกัน ครั้นมาถึงท่าหน้าบ้านผู้ตาย บุคคลทั้ง ๒ ก็ยังคงเถียงกันอยู่ ภรรยาผู้ตายพูดว่า นายจำปา จำเลยจึงร้องห้ามไม่ให้เขาข้างสามี แล้วผู้ตายใช้มีดแทงจำเลย จำเลยวิ่งหนี แต่ก็ถูกชายอีก ๒ คนซึ่งอยู่ภายในบ้านผู้ตายกลุ้มรุมตีและแทงจำเลยอีก จำเลยวิ่งกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ ๑ เส้นเศษ เอาปืนมายิงผู้ตาย ๑นัดในขณะที่ผู้ตายยังคงทะเลาะกับนายจำปา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอยางร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยวิ่งกลับบ้านเอาปืนมายิงผู้ตายในทันทีทันใด ถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดในขณะนั้นด้วยบันดาลโทสะ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจวางกำหนดโทษจำคุกจำเลยต่ำไป จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๗๒ จำคุก ๖ ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๔ ปี ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2509 อัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายคล้าย กระจับนาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นายคล้าย กระจับนาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · พจน์ ปุษปาคม · เกษม ทิพยจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายพิพัฒน์ จักรางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายอดุล รัตนปิณฑะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา