⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 546/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่าคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่าต่อไป และผู้ให้เช่ารู้แต่ไม่ทักท้วง ให้ถือว่าคู่สัญญาได้ทำสัญญาเช่าใหม่ที่ไม่มีกำหนดเวลา โดยข้อสัญญาอื่นยังคงเดิมตามสัญญาเช่าเดิม.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อครบอายุสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่าคงอยู่ในที่เช่าต่อไป ผู้ให้เช่ารู้แล้วไม่ท้วงถือว่ามีการทำสัญญาใหม่ซึ่งไม่มีกำหนดเวลา ส่วนข้อสัญญาอื่นของสัญญาใหม่นี้คงเป็นอย่างเดียวกับในสัญญาเช่าเดิม อ้างฎีกาที่ 1448/2503 เมื่อผู้ให้เช่ามีสิทธิเลิกสัญญาตามข้อความในสัญญา ผู้ให้เช่าใช้สิทธินั้นได้โดยไม่ต้องบอกเลิกตามวิธีใน ป.พ.พ.มาตรา 566. หมายเหตุ : คำพิพากษาฎีกาที่ 136/2503 ระหว่างนายประวิทย์ ศรีธัญรัตน์ โจทก์ นายกิมจั๊ว แซ่ซือ จำเลย ก็วินิจแัยไว้อย่างเดียวกับคดีนี้ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงมีว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าห้องสองห้อง จำเลยใช้ประกอบการค้า สัญญาเช่ามีหลักฐานเป็นหนังสือ สัญญาข้อ ๙ มีใจความว่า ถ้าจำเลยจะประกันอัคคีภัยสำหรับทรัพย์สินซึ่งอยู่ในที่เช่า จะต้องได้รับอนุญาตจากโจทก์เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน และต้องประกันตัวอาคาร โดยเสียเบี้ยประกันแทนโจทก์ด้วย สัญญาข้อ ๑๒ มีความว่า ถ้าจำเลยผิดสัญญาข้อใด ยอมให้โจทก์เลิกสัญญานี้ และให้ถือว่าสัญญาระงับทันที เมื่อครบอายุสัญญาแล้ว ทั้งสองฝ่ายคงฏิบัติต่อกันตามเดิม ต่อมาจำเลยเอาทรัพย์สินในที่เช่าไปประกันอัคคีภัยโดยไม่ได้เอาห้องเช่าประกันด้วย โจทก์บอกเลิกการเช่าเป็นหนังสือต่อจำเลย แล้วจึงฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ชนะเต็มตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีเป็นการทำสัญญาใหม่ ต่อไปไม่มีกำหนดเวลาตาม ป.พ.พ.มาตรา ๕๗๐ ข้อสัญญาอื่น ๆ ต้องเป็นไปตามสัญญาเช่าเดิม ฉะนั้น สัญญาข้อ ๙ และ ๑๒ ดังกล่าวจึงยับใช้บังคับจำเลยได้ อ้างฎีกาที่ ๑๔๔๘/๒๕๐๓ ส่วนการเลิกสัญญาแม้จะถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ.มาตรา ๕๖๖ แล้วก็ตาม แต่ต้องถือว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ ๑๒ แล้ว ซึ่งเมื่อโจทก์มีสิทธิทำได้ตามข้อสัญญานั้น ฉะนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง เมื่อสัญญาเช่าระงับไปเพราะการบอกเลิกแล้ว จำเลยขืนอยู่จึงเป็นละเมิด ซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2509 นายเวทย์ วิบูลสันติ โจทก์ นายเคียงเส็ง แซ่โค้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเวทย์ วิบูลสันติ · จำเลย - นายเคียงเส็ง แซ่โค้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเผอิญ สถานสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1437/2510ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 5434/2536ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1292/2523ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1567/2513ฎีกา 1453/2542ฎีกา 704/2507ฎีกา 601/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา