⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 960/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2509

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานผิดสัญญา โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การเกินกำหนด ศาลรับคำให้การโดยไม่ไต่สวนหรือให้โอกาสคัดค้าน ศาลอุทธรณ์สั่งว่า แม้คำสั่งศาลแพ่งจะชอบหรือไม่ ก็ไม่ทำให้คดีของโจทก์เสียหาย ไม่จำต้องมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โจทก์เถียงมาในฎีกาว่าโจทก์เสียหาย เพราะโจทก์ลงทุนไปเกินกว่า 100,000 บาท จึงเป็นฎีกาไม่ตรงกับเรื่อง เพราะศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีของโจทก์ไม่เสียหายในกระบวนพิจารณา ข้อที่ว่าพยานจำเลยมิได้รับรองสำเนาเอกสาร จำเลยมิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ข้อโต้แย้งของโจทก์ที่ว่าไม่มีผู้ใดรับรองสำเนาจึงตกไป จำเลยไม่ต้องรับผิดในการที่เทศบาลไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างในที่ที่จำเลยยอมให้โจทก์ทำการปลูกสร้าง จำเลยขายที่ดินที่ยอมให้โจทก์ทำการก่อสร้างภายหลังจากที่ต้องระงับการก่อสร้างเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากเทศบาล จึงเป็นพฤติการณ์ภายหลังที่การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย เพราะเหตุที่จำเลยไม่ต้องรับผิดไปแล้ว ไม่เป็นเหตุที่โจทก์จะอ้างขึ้นให้จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาอีกได้ โจทก์กล่าวฟ้องอ้างเหตุให้จำเลยรับผิดเพราะจำเลยผิดสัญญาไม่รื้อห้องแถว เป็นเหตุให้โจทก์ก่อสร้างไม่ได้และเอาที่ดินไปขายให้ผู้อื่น หาได้อ้างเหตุให้จำเลยต้องใช้เบี้ยปรับเพราะโจทก์ก่อสร้างไม่ได้โดยพฤติการณ์ที่โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาข้ออื่น จึงไม่มีประเด็นที่จะยกขึ้นให้ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อนี้ แม้ตามสัญญาแบ่งการชำระเงินเป็นงวด ๆ ก็จริง แต่ก็มิได้มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการชำระหนี้ตอบแทนกันเป็นส่วน ๆ ดังนั้น เมื่อจำเลยมิได้ชำระหนี้แก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินที่จำเลยรับไปเป็นค่าตอบแทนจากโจทก์ เมื่อได้รับมาแล้วก็ต้องคืนให้โจทก์ไป มิใช่สิทธิเรียกร้องเงินจำนวนนี้คืนจะระงับไปพร้อมกับสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามสัญญาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.320 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.369 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.370 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.371 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.372 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.320 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.370 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.371 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.372

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาต่างตอบแทนกับโจทก์ตามสำเนาท้ายฟ้อง จำเลยที่ ๒,๓ค้ำประกัน โจทก์ชำระเงินมัดจำแก่จำเลยที่ ๑ หนึ่งแสนบาท จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อ ๑ ซึ่งให้จำเลยรื้อถอนห้องแถวทั้งหมดให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน และผิดสัญญาข้อ ๙ โดยขายที่ดินแก่ผู้อื่นโดยโจทก์มิได้ยินยอม ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยร่วมกันใช้เงินค่าสินไหมทดแทน ๒๐๐,๐๐๐ บาท คืนเงินมัดจำ ๑๐๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์รับเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทคืน เพื่อเป็นค่าซื้อที่ดินของนายสมบูรณ์ หุ้นส่วนคนหนึ่งของโจทก์ และจำเลยรื้อห้องแถวออกตามสัญญาแล้ว ส่วนที่ยังไม่รื้ออยู่ในที่ดินทางราชการเวนคืน จำเลยไม่มีอำนาจเข้าไปรื้อ จำเลยทำสัญญาให้นายสมบูรณ์ร่วมซื้อที่ดินบางส่วนโดยนายสมบูรณ์เป็นหุ้นส่วนของโจทก์ โจทก์ให้ความยินยอมแล้ว โจทก์ไม่ทำตามสัญญาเพราะเหตุอื่น มิใช่เพราะมีห้องแถวในเขตถนนของทางราชการที่ยังไม่รื้อถอน จำเลยที่ ๒,๓ ให้การทำนองเดียวกับจำเลยที่ ๑ และว่าควรบังคับจากจำเลยที่ ๑ ก่อน ศาลชั้นต้นกะประเด็นว่า ๑. โจทก์รับเงินคืนจากจำเลยที่ ๑ ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้วหรือไม่ ๒. จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาไม่รื้อห้องแถวจากที่ดินใน ๙๐ วันตามสัญญาขายที่ดินที่ตกลงให้โจทก์ทำการก่อสร้างแก่ผู้อื่นโดยโจทก์มิได้ยินยอมทำให้โจทก์เสียหายหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิจารณาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยรื้อถอนห้องแถวแล้วเป็นส่วนใหญ่ โจทก์เข้าถมดินตอกเข็มเพื่อจะปลูกตึกแล้วก่อน ๙๐ วัน ระหว่างนั้นก่อนครบกำหนด ๕ วัน เทศบาลมีคำสั่งห้ามโจทก์ปลูกตึกในที่ดินแปลงนี้โดยเทศบาลยังไม่ได้อนุญาตให้ทำการปลูกสร้าง เพราะอยู่ในเขตที่จะเวนคืน เห็นได้ว่าโจทก์ไม่สามารถปลูกตึกได้เพราะเทศบาลสั่งห้าม ส่วนที่ว่าจำเลยขายที่ดินแก่นางสาวปรานีและนายสมบูรณ์โดยโจทก์มิได้ยินยอมนั้น ได้โอนกันเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๕ และวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ หลังจากเทศบาลห้ามโจทก์แล้ว แม้จำเลยจะไม่โอนที่ดินไป โจทก์ก็ปลูกตึกไม่ได้ โจทก์จึงเรียกค่าปรับหรือค่าสินไหมทดแทนไม่ได้ ส่วนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์เรียกคืนจากจำเลย เมื่อโจทก์ปลูกตึกไม่ได้ ไม่เป็นความผิดของฝ่ายใด จำเลยก็เอาค่าตอบแทนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๒ ต้องคืนเงินจำนวนนี้แก่โจทก์ และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์มิได้ยินยอมให้โอนเงินนี้ชำระราคาที่ดินที่นายสมบูรณ์ซื้อจากจำเลยเป็นการที่จำเลยคบคิดกันกระทำเพื่อไม่คืนเงินโจทก์ พิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกา ข้อแรกที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การเกินกำหนด ศาลรับคำให้การนั้นโดยไม่ไต่สวนหรือให้โอกาสคัดค้าน ศาลอุทธรณ์ว่าอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังได้ แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ขอสืบพยาน แม้คำสั่งศาลแพ่งจะชอบหรือไม่ ก็ไม่ทำให้คดีของโจทก์เสียหาย ไม่ต้องมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โจทก์โต้เถียงในฎีกาว่าโจทก์เสียหายเพราะโจทก์ลงทุนไปเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่ศาลพิพากษาให้คืนแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาดังนี้เป็นการฎีกาไม่ตรงกับเรื่อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีของโจทก์ไม่เสียหายในกระบวนพิจารณา เพราะจำเลยที่ ๒ ไม่สืบพยาน หาใช่วินิจฉัยในตอนนี้ว่าโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเพราะจำเลยไม่รื้อถอนห้องแถวไม่ โจทก์ฎีกาต่อไปว่า เอกสาร ล.๑๖ ที่ ๒๗๘๑/๒๕๐๕ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๕ ซึ่งเทศบาลโจทก์สั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้างเพราะที่ดินแปลงนี้ถูกเวนคืนนั้น พยานจำเลยมิได้รับรองสำเนาเอกสารนี้ และเอกสารไม่ได้มาถึงตัวโจทก์เลย ศาลฎีกาเห็นว่าเอกสารนี้เป็นสำเนาที่เจ้าหน้าที่เทศบาลคัดและรับรองส่งมาตามคำสั่งเรียกเอกสารของศาล ข้อที่พยานจำเลยมิได้รับรองสำเนาเอกสารนั้นจำเลยมิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ข้อโต้แย้งของโจทก์จึงตกไป และเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองที่ฟังข้อเท็จจริงว่า การที่จำเลยรื้อห้องแถวออกไม่หมดคงเหลืออยู่บ้าง ก็ไม่ขัดข้องแก่การก่อสร้าง เพราะผู้เช่าก็พร้อมที่จะออกจากที่เช่าโดยมีข้อตกลงกันอยู่เรียบร้อยแล้วนั้น ไม่เป็นเหตุขัดขวางมิให้โจทก์เข้าก่อสร้างตามสัญญา การที่โจทก์ไม่ได้รับอนุญาตจากเทศบาลให้ก่อสร้างนี้ ศาลล่างวินิจฉัยว่า เป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้ตามสัญญารายนี้เป็นพ้นวิสัย คือ เข้าทำการก่อสร้างไม่ได้ โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งในข้อพ้นวิสัยนี้ เพียงแต่อ้างว่าเป็นพ้นวิสัยเพราะความผิดของอีกฝ่ายหนึ่ง ดังที่โจทก์อ้างความรับผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๘ ในชั้นอุทธรณ์ ปัญหาที่ว่าการชำระหนี้รายนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะความผิดของจำเลยหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในการที่เทศบาลไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้าง ซึ่งตามสัญญาข้อ ๔ เป็นหน้าที่โจทก์ดำเนินการ ข้อที่โจทก์อ้างว่าจำเลยขายที่ดินแก่นางสาวปรานีเป็นการผิดสัญญาเพราะโจทก์มิได้ยินยอมนั้น ได้ความว่าได้ขายเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ หลังจากที่โจทก์ต้องระงับการก่อสร้างเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากเทศบาลแล้ว ๓ เดือน เป็นพฤติการณ์ภายหลังที่การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุที่จำเลยไม่ต้องรับผิดไปแล้ว ไม่เป็นเหตุที่โจทก์จะอ้างขึ้นให้จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาอีกได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยต้องรับผิดตามสัญญา เพราะจำเลยไม่รื้อห้องแถวเป็นเหตุให้โจทก์ก่อสร้างไม่ได้ และเอาที่ดินไปขายให้ผู้อื่น หาได้อ้างเหตุให้จำเลยต้องใช้เบี้ยปรับเพราะโจทก์ก่อสร้างไม่ได้โดยพฤติการณ์ที่โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาข้อ ๑๑(๓) นั้น ไม่ จึงไม่มีประเด็นที่จะยกขึ้นให้ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อนี้ ฎีกาจำเลยที่ว่าโจทก์จ่ายเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทให้จำเลยเพื่อตอบแทนการที่โจทก์ได้รื้อห้องแถว จำเลยจึงไม่ควรต้องคืนเงินจำนวนนี้ ในเมื่อการก่อสร้างทำไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาแบ่งการชำระเงินเป็นงวด ๆ ก็จริง แต่ก็มิได้มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการชำระหนี้ตอบแทนกันเป็นส่วน ๆ ดังนั้น เมื่อจำเลยมิได้ชำระหนี้ตอบแทนแก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินจำนวนนี้จากโจทก์ เมื่อได้รับมาแล้วก็ต้องคืนให้โจทก์ไปมิใช่สิทธิเรียกร้องเงินจำนวนนี้คืนจะระงับไปพร้อมกับสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามสัญญาด้วย จำเลยไม่มีเหตุอันใดที่จะอ้างไม่ยอมคืนเงินจำนวนนี้แก่โจทก์ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยควรคืนแต่เพียงส่วนที่ยังมีอยู่ที่จำเลยเมื่อถูกเรียกคืนนั้น ก็ไม่มีข้อต่อสู้ว่าจำเลยใช้เงินจำนวนนี้หมดไปอย่างไร จำเลยกลับต่อสู้ว่าโจทก์รับเงินจำนวนนี้คืนไปแล้ว โจทก์ให้หักเป็นค่าที่นายสมบูรณ์ซื้อที่ดินจากโจทก์ซึ่งไม่เป็นความจริง จำเลยเพิ่งมาอ้างขึ้นในชั้นฎีกาว่าจำเลยใช้เงินจำนวนนี้ไปในการรื้อห้องแถวเดิม จึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยไปเช่นนั้นได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2509 ห้างหุ้นส่วนจำกัดยืนยงสถาปัตย์ โดยนายทินรัช ขัตติโยทัยวงศ์ ผู้จัดการ โจทก์ นายสุเทพ รังษีวงศ์ ที่ 1 นายซีเก่ง แซ่อึ้ง ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดสหวัฒน์ไทยนิยมพาณิชย์ ที่ 2 นายสันต์ ชูศรีรัตน์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดยืนยงสถาปัตย์ โดยนายทินรัช ขัตติโยทัยวงศ์ ผู้จัดการ · 1 - นายสุเทพ รังษีวงศ์ ที่ · 2 - นายซีเก่ง แซ่อึ้ง ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดสหวัฒน์ไทยนิยมพาณิชย์ ที่ · จำเลย - นายสันต์ ชูศรีรัตน์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพร สมบัติศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1197/2530ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2732/2534ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1030/2509ฎีกา 149/2526ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1479/2526ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา