⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1188/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงให้ชำระหนี้เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากเงินที่กู้ยืมไปได้นั้น ไม่ทำให้สัญญาเงินกู้ตกเป็นโมฆะ และการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แม้จะเป็นโมฆะ ก็ไม่ทำให้สัญญาเงินกู้ตกเป็นโมฆะไปด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จริง เป็นแต่ต่อสู้ว่าคู่สัญญาตกลงกันให้ชำระเป็นข้าวเปลือกได้ความเช่นนี้คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือจริงตามฟ้อง ไม่จำต้องอาศัยฟังเอกสาร การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา แม้จะเป็นโมฆะแต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่า เป็นส่วนที่แยกออกจากการที่จำเลยกู้เงินโจทก์ ซึ่งเป็นส่วนที่สมบูรณ์แล้วนั้นได้ การกู้เงินหาตกเป็นโมฆะด้วยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.135 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้องเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญากู้เงินจริง แต่จำเลยได้ชำระหนี้รายนี้ด้วยข้าวเปลือก หนี้เป็นอันระงับไปแล้ว และโจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ศาลชั้นต้นเห็นว่า หนี้ระงับไปแล้ว เพราะจำเลยได้ชำระหนี้เป็นข้าวเปลือกดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้รายนี้แก่โจทก์ พิพากษากลับให้จำเลยชำระหนี้ต้นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ทีจำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้อ้างสัญญากู้เป็นพยานนั้น ในข้อนี้เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จริง เป็นแต่ต่อสู้ว่า คู่สัญญาตกลงกันให้ชำระเป็นข้าวเปลือกได้ความเช่นนี้ คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือจริงตามฟ้อง ไม่จำต้องอาศัยฟังจากเอกสาร ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าสัญญานี้ขัดต่อกฎหมาย เพราะอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในสัญญาไม่มีผลบังคับได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้จะเป็นโมฆะ ก็เป็นที่เห็นได้ว่าเป็นส่วนที่แยกออกจากการที่จำเลยกู้เงินโจทก์ซึ่งเป็นส่วนที่สมบูรณ์แล้วนั้นได้ การกู้เงินหาตกเป็นโมฆะด้วยไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ชำระหนี้รายนี้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2510 นายป้อง บุตรศรีนนท์ โจทก์ นายพรมมา วันทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายป้อง บุตรศรีนนท์ · จำเลย - นายพรมมา วันทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ โชติรัต · โพยม เลขยานนท์ · อดุล รัตนปิณฑะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสวัสดิ์ รอดเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 6801/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 70/2518ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา