⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 255/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังจากการปล้นทรัพย์ และมิใช่ผลโดยตรงหรือต่อเนื่องจากการปล้นทรัพย์ ย่อมไม่ถือเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับผลของการกระทำนั้น

ย่อคำพิพากษา

คนร้าย ตี ถีบ เตะ เจ้าทรัพย์และยิงปืนขณะทำการปล้นทรัพย์ แล้วคุมตัวเจ้าทรัพย์ให้ไปส่ง เมื่อถึงไร่ห่างบ้านเจ้าทรัพย์ประมาณ 40 เส้น คนร้ายยิงเจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตาย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเจ้าทรัพย์มิได้ถูกจำเลยซึ่งเป็นคนร้ายกับพวกยิงตายในขณะปล้น แต่เพิ่งจะไปถูกยิงตายต่างตำบลต่างอำเภอกับที่เกิดเหตุ ห่างไกลถึง 40 เส้นเช่นนี้ การที่เจ้าทรัพย์ถูกยิงตายนั้น มิใช่เป็นการต่อเนื่องกับการปล้น หรือเป็นผลซึ่งเปิดขึ้นตามธรรมดาจากการปล้นทรัพย์ การปล้นทรัพย์ได้ขาดตอนไปแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 ไม่ใช่วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนตี ใช้เท้าเตะถีบทำร้ายเจ้าทรัพย์สามคน แล้วยิงนายวันเจ้าทรัพย์ตาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ มีความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงตายเพื่อปกปิดการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย พิพากษาให้จำคุก จำเลยที่ ๑ ที่ ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดของจำเลยที่ ๑, ๕ ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ พิพากษาแก้ โจทก์ฎีกาว่า ความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย ไม่ใช่วรรค ๔ โจทก์นำสืบว่า คนร้ายมาปล้นบ้านนายวันนางหนูลา คนร้ายคนหนึ่งถีบนางหนูลาล้มลงที่ชาน ศีรษะแตก และมีคนร้ายวิ่งไปที่เรือนนางทองดี แล้วยิงปืนขึ้น ๑ นัด คนร้ายตีและเตะนางทอดี แล้วค้นของได้เงิน เสื้อ คนร้ายขึ้นเรือนนายวัน ตีนายวันและค้นของมากองไว้ที่ชาน แล้วช่วยกันมัดของ คนร้ายทำการอยู่ชั่วหุงข้าวเหนียวสุก ๑ หวด จึงคุมตัวนายวันบังคับให้ไปส่ง ระหว่างทางคนร้ายยิงปืนเป็นระยะ ๆ เมื่อถึงไร่ห่างบ้านนายวันประมาณ ๔๐ เส้น คนร้ายยิงนายวัน ๓ นัด ถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาเห็นว่า หลักฐานของพยานโจทก์ มีน้ำหนักน่าเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๕ เป็นคนร้ายจริงตามฟ้อง ปัญหาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสุดท้ายตามฎีกาโจทก์หรือไม่นั้น มาตรา ๓๔๐ วรรคสุดท้ายบัญญัติว่า "ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต" ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า นายวันมิได้ถูกจำเลยกับพวกยิงตายในขณะปล้น แต่เพิ่งจะไปถูกยิงตายต่างตำบลต่างอำเภอกับที่เกิดเหตุปล้น ห่างไกลถึง ๔๐ เส้น ศาลฎีกาเห็นว่าการที่นายวันถูกยิงตายมิใช่เป็นการยิงต่อเนื่องกับการปล้น หรือเป็นผลซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมดาจากการปล้นทรัพย์แต่ประการใด การปล้นทรัพย์ได้ขาดตอนไปแล้ว ฉะนั้น การกระทำของจำเลยกับพวกจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ นั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2510 อัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายสร้อย ปุราชะกัง ที่ 1 นายทอง โพธิ์ชัย ที่ 2 นายเลื่อน ประมูลทาติ ที่ 3 นายชู บุตรศรีวงษ์ ที่ 4 นายแพง ดอนวิเคน ที่ 5 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดขอนแก่น · นายชู - นายสร้อย ปุราชะกัง ที่ 1 นายทอง โพธิ์ชัย ที่ 2 นายเลื่อน ประมูลทาติ ที่ 3 · ล. - บุตรศรีวงษ์ ที่ 4 นายแพง ดอนวิเคน ที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ทองคำ จารุเหติ · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายชวลิต นราลัย · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3144/2527ฎีกา 1176/2519ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3639/2530ฎีกา 2299/2532ฎีกา 2473/2520ฎีกา 1908/2528ฎีกา 15717/2553ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 1072/2534ฎีกา 1946/2527ฎีกา 1637/2528ฎีกา 1587-1588/2503ฎีกา 6028/2552ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 1985/2531ฎีกา 730/2509ฎีกา 2274/2525ฎีกา 4268/2552ฎีกา 947/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา