⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 890/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้จดทะเบียนแล้ว การเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นสัญญาเช่ายังคงมีผลผูกพันอยู่ และหากผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องเรียกค่าเช่าและมีหน้าที่บรรเทาความเสียหาย หากผู้ให้เช่าละเลยไม่ดำเนินการบรรเทาความเสียหาย ย่อมถือว่าผู้ให้เช่ามีส่วนผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์จากโจทก์มีกำหนด 10 ปี โดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนครบกำหนดตามสัญญาเช่า จำเลยไม่ประสงค์จเช่าต่อไป แต่จำเลยไม่ได้ติดต่อเลิกการเช่ากับโจทก์ ทำให้โจทก์เข้าใจว่าสัญญาเช่ายังผูกพันอยู่ จำเลยย่อมจะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง ศาลพิพากษาว่าจำเลยผิดสัญญา คดีถึงที่สุด โจทก์ก็มีทางดำเนินการเพื่อเลิกการเช่าเพื่อบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่โจทก์ ถ้าโจทก์ไม่จัดการดังกล่าวถือว่าโจทก์มีส่วนผิดในความเสียหายอันเกิดแก่ตน ฉะนั้น นับแต่นั้นมาโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ มีปัญหาข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องค่าเสียหายเนื่องจากเลิกการเช่าทรัพย์สินก่อนครบกำหนด โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวและโกดังเก็บสินค้าของโจทก์มีกำหนด ๑๐ ปี จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าภาษีโรงเรือน จำเลยออกจากสถานที่เช่าโดยไม่บอกกล่าว ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์เคยฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้าง จึงฟ้องใหม่ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายและค่าภาษีโรงเรือน จำเลยให้การว่า ได้เช่าตึกแถวที่ว่างเปล่าของโจทก์เพื่อปลูกสร้างโกดังโดยทุนทรัพย์ของจำเลย มีกำหนด ๑๐ ปี และโจทก์ได้รับเงินค่าก่อสร้างโกดังจากจำเลยแล้วคดีที่โจทก์เคยฟ้องจำเลย ศาลพิพากษาว่าจำเลยบอกเลิกการเช่า ไม่ได้ใช้สถานที่เช่าจึงไม่ต้องชำระค่าเช่า และจำเลยควรเสียภาษีโรงเรือนตามอัตราค่าเช่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือน ๑,๖๐๐ บาทให้แก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๓๕,๓๐๖.๖๖ บาท และค่าภาษีโรงเรือน ๒,๔๐๐ บาทให้แกโจทก์ โจทย์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ทราบจากผู้ช่วยสมุหบัญชีของจำเลยแจ้งว่า จำเลยจะเลิกการเช่าตึกแถวและที่ดินตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๐๕ แต่โจทก์มิได้ยินยอมให้จำเลยเลิกสัญญาได้มีหนังสือขอค่าชดเชย ค่าปลูกสร้างโกดังจากจำเลย จำเลยตอบว่า จำเลยเป็นเจ้าของโกดัง ถ้าโจทก์ยกเลิกเรื่องเงินค่าชดเชยที่เรียกร้อง จำเลยจะยกกรรมสิทธิ์โกดังให้ ต่อมาโจทก์โทรเลขถึงจำเลยว่าจำเลยไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่า ไม่ได้ส่งมอบทรัพย์ ขอให้ส่งตัวแทนไปตกลง เพราะได้จดทะเบียนการเช่าไว้ แต่จำเลยไม่ได้จัดการประการใด ต่อมาโจทก์จึงฟ้องคดีแรกเรียกค่าเช่าที่ค้าง ศาลพิพากษาว่าจำเลยผิดสัญญา การที่จำเลยยืนยันว่า กรรมสิทธิ์โกดังเป็นของจำเลย ทำให้โจทก์เข้าใจว่าสัญญาเช่ายังผูกพันตามที่จดทะเบียน โจทก์จึงไม่ได้ให้ผู้อื่นเช่าอันเป็นความผิดของจำเลย จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ แต่เมื่อคดีแรกที่โจทก์ฟ้อง ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มีทางดำเนินการเพื่อเลิกการเช่าเพื่อบรรเทาความเสียหายทีจะเกิดขึ้นแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่จัดการประการใดถือว่ามีส่วนผิดด้วยในความเสียหายอันเกิดแก่ตน จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายนับแต่นั้นมา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2510 นายสมบุญ วงศ์วัฒนา โจทก์ บริษัทล๊อกซ์เลย์ (กรุงเทพ) จำกัด โดยนายคอรี่ พูลบิตตี้ นางชัชนี จาติกวณิช กรรมการ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบุญ วงศ์วัฒนา · จาติกวณิช - บริษัทล๊อกซ์เลย์ (กรุงเทพ) จำกัด โดยนายคอรี่ พูลบิตตี้ นางชัชนี · จำเลย - กรรมการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม · ลออง จุลกะเศียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายพิบูลย์ วัฒนสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2307/2533ฎีกา 1968/2537ฎีกา 3406/2535ฎีกา 1449/2503ฎีกา 1167/2526ฎีกา 110/2495ฎีกา 1013/2498ฎีกา 552/2525ฎีกา 5347/2540ฎีกา 6548/2538ฎีกา 6988/2545ฎีกา 814/2490ฎีกา 4074/2536ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 8219/2544ฎีกา 957/2496ฎีกา 468/2490ฎีกา 7138/2544ฎีกา 937/2507ฎีกา 1025/2487ฎีกา 12457/2555ฎีกา 2840/2526ฎีกา 2746/2534ฎีกา 4957/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา