⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1604/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเมิดอำนาจศาลที่กระทำต่อหน้าศาล ศาลสามารถลงโทษได้ทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน แต่หากกระทำนอกศาล ศาลต้องไต่สวนหาข้อเท็จจริงก่อน โดยพยานต้องสาบานตนหรือปฏิญาณตนก่อนให้การ

ย่อคำพิพากษา

ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้นเป็นความผิดต่อศาล ศาลย่อมดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนได้เองตามที่เห็นสมควร ไม่ว่าพยานหลักฐานเหล่านั้นฝ่ายใดจะได้อ้างหรือไม่ สำหรับกรณีที่การละเมิดอำนาจศาลได้กระทำต่อหน้าศาล ย่อมถือได้ว่าศาลได้ทราบข้อเท็จจริงนั้นจากพยานหลักฐานที่ปรากฏแก่ศาลเองแล้ว ศาลพิพากษาลงโทษในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไปได้ทีเดียว แต่ในกรณีที่การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไม่ได้กระทำต่อหน้าศาล ศาลจำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนหาข้อเท็จจริงก่อนเพียงแต่สอบถามปากคำพยานโดยไม่ปรากฏว่าพยานเหล่านั้นได้สาบานตน หรือกล่าวคำปฏิญานว่าจะให้การตามสัตย์จริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112 ถ้อยคำพยานเหล่านั้นจึงฟังเป็นความจริงยังไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 824/2492)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้หลังจากได้เลื่อนการพิจารณาไปโจทก์ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของศาลคุมตัวจำเลยกับพวกลงจากศาลเพื่อกลับเข้าห้องคุมขัง จำเลยที่ ๑ ได้ชกต่อยพยานโจทก์ และใช้วาจาขู่เข็ญพยานโจทก์ว่า "ระวังให้ดี ถ้ากูออกได้จะฆ่าให้ตาย"เป็นเหตุให้พยานโจทก์เกิดความกลัวไม่กล้ามาเบิกความ เป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐, ๓๑ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๓ ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลย พยานโจทก์และผู้เสียหายแล้วสั่งให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๖ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐, ๓๑ และ ๓๓ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ มิได้เกิดต่อหน้าศาล และจำเลยก็ปฏิเสธ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายให้สิ้นกระแสความก่อน จึงพิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนฟังพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้นเป็นความผิดต่อศาล ศาลย่อมดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนได้เองตามที่เห็นสมควรไม่ว่าพยานหลักฐานเหล่านั้นฝ่ายใดจะได้อ้างหรือไม่ สำหรับกรณีที่การละเมิดอำนาจศาลได้กระทำต่อหน้าศาลย่อมถือได้ว่าศาลได้ทราบข้อเท็จจริงนั้นจากพยานหลักฐานที่ปรากฏแก่ศาลเองแล้ว ศาลพิพากษาลงโทษในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไปได้ทีเดียว แต่ในกรณีที่การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไม่ได้กระทำต่อหน้าศาล ศาลจำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนหาข้อเท็จจริงก่อน เพียงแต่สอบถามปากคำพยานโดยไม่ปรากฏว่าพยานเหล่านั้นได้สาบานตน หรือกล่าวคำปฏิญาณว่าจะให้การตามสัตย์จริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๑๒ ถ้อยคำพยานเหล่านั้นจึงฟังเป็นความจริงยังไม่ได้ดังนัยฎีกาที่ ๘๒๔/๒๔๙๒ พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2511 อัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นายแวจิ อาแว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - นายแวจิ อาแว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · โชค จารุจินดา · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี · ศาลอุทธรณ์ - นายกฤษณ์ โสภิตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 2916/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 9134/2551ฎีกา 3016/2522ฎีกา 5100/2543ฎีกา 894/2469ฎีกา 1858/2548ฎีกา 4102/2549ฎีกา 1882/2515ฎีกา 12413/2547ฎีกา 4113/2532ฎีกา 2695-2696/2527ฎีกา 4498/2546ฎีกา 3344/2530ฎีกา 195/2497ฎีกา 1018/2510ฎีกา 1120/2539ฎีกา 2678/2529ฎีกา 2962/2547ฎีกา 1316/2519ฎีกา 1248/2535ฎีกา 3471/2524ฎีกา 7/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา