⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1316/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่จำเป็นเพื่อให้คำร้องขอมีน้ำหนัก แม้จะมีข้อความตำหนิผู้พิพากษา ก็ยังไม่ถือเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล หากไม่มีเจตนาก้าวร้าวเสียดสี อาการกิริยาที่ไม่สมควร เช่น การเชิดหน้าท้าทายผู้พิพากษา ถือเป็นเพียงการประพฤติตนไม่เรียบร้อยเท่านั้น ยังไม่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

ย่อคำพิพากษา

คำร้องของจำเลยร่วม ขอให้เปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาซึ่งทำการพิจารณา พิพากษาคดีนั้น แม้จะมีข้อความกล่าวถึงเรื่องส่วนตัว เป็นเชิงตำหนิติเตียนผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี และข้อความบางตอนอาจทำให้เข้าใจไปทางไม่ดีงาม แต่เห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องกล่าวไว้เพื่อให้มูลข้ออ้างเพื่อคำร้องขอจำเลยร่วมมีน้ำหนักพอรับฟังได้เช่นนั้น เมื่อยังไม่พฤติการณ์อื่นประกอบพอให้เห็นว่า จำเลยร่วมมีเจตนาก้าวร้าวเสียดสีศาลหรือผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี เพียงเท่านี้ยังไม่พอรับฟังว่าจำเลยร่วมประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันจะเป็นผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้ การที่จำเลยร่วมพูดโต้ตอบกับผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนด้วยอาการเชิดหน้าอย่างท้าทายขณะที่พบกันบนศาลนั้น เป็นเพียงอาการกิริยาของจำเลยร่วมที่แสดงออกโดยไม่สมควรเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันจะเป็นผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ มูลกรณีสืบเนื่องจากคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๐๕/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดนครราชสีมา โดยในระหว่างพิจารณา จำเลยร่วมได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาภาค ๓ ให้เปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาที่ทำการพิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าว ใจความว่า มีเหตุให้ผู้พิพากษาทั้งสองที่พิจารณาคดีเกิดความเข้าใจผิดและไม่พอใจจำเลยร่วมเป็นส่วนตัวหลายเรื่อง และโจทก์เป็นคนมีเงิน มีอิทธิพล มีความกว้างขวางในวงราชการหลายด้าน ทำให้จำเลยร่วมหวั่นวิตกว่าอาจทำให้แพ้คดีในวิถีทางที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนได้พบกับจำเลยร่วมที่บนศาลจึงไต่ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ จำเลยร่วมพูดโต้ตอบด้วยอาการเชิดหน้าอย่างท้าทาย ศาลชั้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยร่วมดังกล่าวเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๑),๓๓ ให้จำคุก ๖ เดือน จำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้น พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามคำร้องของจำเลยร่วม ขอให้เปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาซึ่งทำการพิจารณา พิพากษาคดีนั้น แม้จะมีข้อความกล่าวถึงเรื่องส่วนตัว เป็นเชิงตำหนิติเตียนผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี และข้อความบางตอนอาจทำให้เข้าใจไปทางไม่ดีงามได้ก็ตาม แต่เห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องกล่าวไว้เพื่อให้มูลข้ออ้างเพื่อคำร้องขอจำเลยร่วมมีน้ำหนักพอรับฟังได้เช่นนั้น เมื่อยังไม่พฤติการณ์อื่นประกอบพอให้เห็นว่า จำเลยร่วมมีเจตนาก้าวร้าวเสียดสีศาลหรือผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี ลำพังเท่านี้ยังไม่พอรับฟังว่าจำเลยร่วมประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันจะเป็นผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้ การที่จำเลยร่วมพูดโต้ตอบกับผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนด้วยอาการเชิดหน้าอย่างท้าทายขณะที่พบกันบนศาลนั้น เห็นว่าเป็นเพียงอาการกิริยาของจำเลยร่วมที่แสดงออกมาอย่างไร้มารยาท อันผู้มีวัฒนธรรมไม่สมควรจะประพฤติปฏิบัติเท่านั้น ไม่ได้ว่าจำเลยร่วมประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันจะเป็นผิดฐานละเมิดอำนาจศาล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2519 นางฉลวย สิริสิทธิ โจทก์ นางสุรีย์ วรรณปักษ์ ล. นายโพธิ์ วรรณปักษ์ จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฉลวย สิริสิทธิ · ล. - นางสุรีย์ วรรณปักษ์ · จำเลยร่วม - นายโพธิ์ วรรณปักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · รื่น วิไลชนม์ · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา · ศาลอุทธรณ์ - นายสีห์ คลายนสูตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 2916/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 9134/2551ฎีกา 3016/2522ฎีกา 5100/2543ฎีกา 1858/2548ฎีกา 4102/2549ฎีกา 1882/2515ฎีกา 12413/2547ฎีกา 4113/2532ฎีกา 2695-2696/2527ฎีกา 4498/2546ฎีกา 195/2497ฎีกา 1018/2510ฎีกา 1120/2539ฎีกา 2678/2529ฎีกา 2962/2547ฎีกา 1248/2535ฎีกา 3471/2524ฎีกา 7/2543ฎีกา 1286/2544ฎีกา 3204/2545ฎีกา 3153/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา