⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3809/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3809/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจค้นหาข้อเท็จจริงในคดีละเมิดอำนาจศาลได้โดยไม่จำต้องกระทำต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหา และดุลพินิจในการสอบปากคำพยานเป็นของศาล.

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ศาลมีอำนาจค้นหาข้อเท็จจริงโดยไม่จำต้องกระทำต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหาหรือต่อหน้าจำเลยดังเช่นการพิจารณาคดีอาญาทั่วไปและการที่จะสอบปากคำผู้รู้เห็นข้อเท็จจริงเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องดุลพินิจของศาล เมื่อเห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความชัดพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจริงหรือไม่แล้ว ก็ชอบที่จะวินิจฉัยชี้ขาดไปตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้เลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษนายวิชัย โฉยศรีจำเลยในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ให้จำคุก 9 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ นางคำใหม่ ทานะมัย ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของหลักประกันได้ยื่นคำร้องขอปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2530 ปรากฎว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนต่อมาความปรากฎต่อศาลชั้นต้นว่าผู้มีมาแสดงตัวเป็นจำเลยในการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คือนายบาง ยะล้อม และนายบางกำลังรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แทนจำเลยศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกนายบางในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล 3เดือนสำหรับผู้ถูกกล่าวหานั้น ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกกล่าวหาจ้างนายบางให้มาแสดงตัวต่อศาลว่าเป็นจำเลยและฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แทนจำเลย การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1)และ 33 ให้จำคุก 6 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาว่า ศาลชั้นต้นไต่สวนนายบางลับหลังผู้ถูกกล่าวหา ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีโอกาสซักค้านนายบาง ทั้งมิได้ไต่สวนจำเลยเพื่อให้เห็นชัดว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างนายบางมารับโทษจำคุกกันแน่ ขอให้ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนใหม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล ถ้าได้กระทำต่อหน้าศาลหรือข้อเท็จจริงอันเป็นความผิดปรากฎชัดแล้ว ศาลย่อมลงโทษผู้กระทำความผิดได้ทันที สำหรับคดีนี้ศาลยังไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฎต่อศาลนั้นจะเป็นความผิดหรือไม่ และผู้ใดเป็นผู้กระทำ ศาลก็ชอบที่จะไต่สวนหาความจริงในภายหลังได้และบทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ศาลมีอำนาจค้นหาข้อเท็จจริงโดยไม่จำต้องกระทำต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหาหรือต่อหน้าจำเลยดังเช่นการพิจารณาคดีอาญาทั่วไปและการที่จะสอบปากคำผู้รู้เห็นข้อเท็จจริงเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องดุลพินิจของศาล เมื่อเห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความชัดพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจริงหรือไม่แล้ว ก็ชอบที่จะวินิจฉัยชี้ขาดไปตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้เลยดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นบันทึกปากคำนายบางผู้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และรับโทษจำคุกแทนจำเลย กับบันทึกปากคำผู้ถูกกล่าวหาในแบบพิมพ์คำให้การพยานเพียง 2 ปากเท่านั้นโดยให้ปฏิญาณหรือสาบานตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 112 และการบันทึกปากคำนายบางมิได้กระทำต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหาจึงมิใช่กระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่มีเหตุที่จะพิพากษาให้ศาลชั้นต้นไต่สวนใหม่ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3809/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร โจทก์ ผู้ถูกกล่าวหา โจทก์ นาง คำ ใหม่ ทา นะมัย โจทก์ นาย วิชัย โฉมศ รี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร · โจทก์ - ผู้ถูกกล่าวหา · โจทก์ - นาง คำ ใหม่ ทา นะมัย · จำเลย - นาย วิชัย โฉมศ รี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 2916/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 9134/2551ฎีกา 3016/2522ฎีกา 5100/2543ฎีกา 1858/2548ฎีกา 4102/2549ฎีกา 1882/2515ฎีกา 12413/2547ฎีกา 4113/2532ฎีกา 2695-2696/2527ฎีกา 4498/2546ฎีกา 195/2497ฎีกา 1018/2510ฎีกา 1120/2539ฎีกา 2678/2529ฎีกา 2962/2547ฎีกา 1316/2519ฎีกา 1248/2535ฎีกา 3471/2524ฎีกา 7/2543ฎีกา 1286/2544ฎีกา 3204/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ