⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1713/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1713/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ข่มเหงน้ำใจอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยมีครรภ์กับผู้เสียหาย แล้วไปต่อว่าผู้เสียหายเรื่องที่ไม่ไปสู่ขอเลี้ยงดูเป็นภรรยาผู้เสียหายพูดโต้ตอบว่า 'มึงยอมให้กูเล่นมึงทำไม'ดังนี้ ย่อมเป็นการกระทำที่ข่มเหงน้ำใจจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เพราะเกียรติยศชื่อเสียงอนาคตของลูกผู้หญิงเช่นจำเลย มิใช่เป็นอันขาดลงด้วยการปฏิเสธเฉยๆ ของผู้เสียหายเท่านั้น แต่ผู้เสียหายได้กล่าวถ้อยคำเย้ยหยันทับถมหาว่าจำเลยเป็นคนใจง่ายเข้าด้วย อันเป็นการข่มเหงน้ำใจอย่างไร้ศีลธรรม กรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ที่ศาลจะลงโทษจำเลยให้น้อยลงกว่าอัตราที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ ในเมื่อจำเลยได้กระทำลงไปทันใดเพราะการบันดาลโทสะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ไม่บรรลุผล โดยไม่ถูกอวัยวะสำคัญ ผู้เสียหายจึงไม่ตายสมดังเจตนาของจำเลย แต่ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ต้องทุพพลภาพป่วยเจ็บทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่า ๒๐ วัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๔), ๘๐และริบของกลาง เดิมจำเลยปฏิเสธ ต่อมาได้รับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องเพราะจำเลยเรียกให้ผู้เสียหายหยุดเพื่อจะพูดจากันเรื่องที่จำเลยตั้งครรภ์ ผู้เสียหายว่า "มึงอยากยอมให้กูทำทำไม" แล้วก็เดินหนีไปด้วยความโกรธในทันทีจึงได้ทำผิดลงไป ถ้าหากผู้เสียหายพูดกับจำเลยแต่โดยดี จำเลยก็จะไม่ยิงผู้เสียหาย โจทก์สืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า กรณีฟังไม่ได้ถนัดว่าจำเลยได้ไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเรื่องที่จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุที่ไม่เป็นธรรม จำเลยจึงได้กระทำผิดต่อผู้ข่มเหงไปในขณะนั้น จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒จำคุก ๒ ปี ลดฐานรับสารภาพตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยจะเรียกว่าจำเลยบันดาลโทสะโดยถูกผู้เสียหายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมไม่ได้และรูปคดีก็ยังไม่เข้าถึงขั้นไตร่ตรองตามมาตรา ๒๘๙ ดังฟ้อง คงเป็นเรื่องฆ่าคนโดยเจตนาธรรมดาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ลงโทษจำคุกมีกำหนด ๑๐ ปี จำเลยเป็นหญิง กระทำผิดแล้วรับสารภาพโดยดี ปราณีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกไว้ ๕ ปี นอกจากที่แก้นี้แล้วคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยมีครรภ์กับผู้เสียหาย แล้วไปต่อว่าผู้เสียหายเรื่องที่ไม่ไปสู่ขอเลี้ยงดูเป็นภรรยา ผู้เสียหายพูดโต้ตอบว่า "มึงยอมให้กูเล่นมึงทำไม" ดังนี้ ย่อมเป็นการกระทำที่ข่มเหงน้ำใจจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เพราะเกียรติยศชื่อเสียงอนาคตของลูกผู้หญิงเช่นจำเลยมิใช่เป็นอันขาดลงด้วยการปฏิเสธเฉย ๆ ของผู้เสียหายเท่านั้น แต่ผู้เสียหายได้กล่าวถ้อยคำเย้ยหยันทับถมหาว่าจำเลยเป็นคนใจง่ายเข้าด้วย อันเป็นการข่มเหงน้ำใจอย่างไร้ศีลธรรม กรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ ที่ศาลจะลงโทษจำเลยให้น้อยลงกว่าอัตราที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ ในเมื่อจำเลยได้กระทำลงไปทันใดเพราะการบันดาลโทสะ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1713/2511 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นางสาวสมบุญ ศรีสอาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี · จำเลย - นางสาวสมบุญ ศรีสอาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · โพยม เลขยานนท์ · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายผัน บุญชิต · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 1788/2513ฎีกา 221/2484ฎีกา 37/2488ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 795/2469ฎีกา 286/2509ฎีกา 1371/2540ฎีกา 1207/2516ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1031/2464ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2033/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา