⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2059/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่สามีภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นโดยอีกฝ่ายมิได้ยินยอม ไม่ผูกพันสินสมรส เว้นแต่จะเป็นหนี้ที่ต้องรับผิดร่วมกันระหว่างสมรส

ย่อคำพิพากษา

ถ้าหากจำเลยกู้เงินโจทก์โดยผู้ร้องผู้เป็นสามีมิได้ยินยอมอนุญาต และได้บอกล้างโมฆียะกรรมให้โจทก์ทราบจริงแล้ว หนี้ระหว่างจำเลยกับโจทก์ก็ย่อมไม่ผูกพันเรือนพิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ โจทก์จะนำยึดเรือนพิพาทหาได้ไม่ เว้นแต่หนี้ตามคำพิพากษานั้นเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสมรส แม้จำเลยผู้เป็นภริยาจะต้องรับผิดในหนี้เงินกู้เป็นส่วนตัวก็ตาม แต่ถ้าหากเรือนพิพาทเป็นสินบริคณห์แล้ว โจทก์ก็จะยึดเรือนพิพาทเพื่อขายชำระหนี้ทั้งหมดไม่ได้เช่นกัน โจทก์จะต้องดำเนินการขอต่อศาลให้แยกสินบริคณห์ส่วนของจำเลยออกชำระหนี้โจทก์เสียก่อน แล้วจึงจะบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1479 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1483

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันกู้ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับโจทก์จึงร้องขอบังคับคดีให้ยึดเรือน ๑ หลังของจำเลยซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินไม่มีโฉนดของจำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องว่า เรือนที่โจทก์นำยึดเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยและผู้ร้องซึ่งเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย หนี้สินที่จำเลยทำกับโจทก์ผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอม ผู้ร้องได้บอกล้างโมฆียะกรรมให้โจทก์รับทราบโดยชอบแล้วผู้ร้องเป็นผู้จัดการสินบริคณห์ตามกฎหมาย เมื่อผู้ร้องไม่รู้เห็นยินยอมในการทำนิติกรรมระหว่างโจทก์จำเลยหนี้รายนี้จึงไม่ผูกพันถึงเรือนพิพาท ขอให้สั่งถอนการยึดเรือนพิพาทนี้เสีย ในวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นสอบ ทนายผู้ร้องแถลงว่าเรือนพิพาทผู้ร้องกับจำเลยปลูกขึ้นระหว่างสมรส ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง แต่ไม่ตัดสิทธิในการที่จะขอให้แบ่งส่วนของผู้ร้องในทางบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรือนพิพาทเป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ฉะนั้นถ้าตามคำร้องของผู้ร้องที่ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอม และผู้ร้องได้บอกล้างแล้วนั้นเป็นความจริงหนี้สินเงินกู้ตามฟ้องก็ไม่ผูกพันเรือนพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘ โจทก์จะทำการยึดไม่ได้ ชอบแต่จะร้องขอศาลให้แยกสินบริคณห์เป็นส่วนของจำเลยเพื่อดำเนินการบังคับคดีเอาชำระหนี้ให้โจทก์ พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาต่อไปจนสิ้นกระบวนความแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกาว่าเรือนพิพาทเป็นสินสมรส หาใช่สินบริคณห์และแม้จะทำการพิจารณาต่อไปก็หาเปลี่ยนลักษณะเรือนพิพาทจากสินสมรสไปได้ไม่ เมื่อเป็นสินสมรสแล้ว โจทก์ย่อมนำยึดเรือนพิพาทได้ ศาลฎีกาเห็นว่า เรือนพิพาทเป็นสินบริคณห์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๖๒ วรรค ๒ เมื่อเรือนพิพาทเป็นสินบริคณห์ และหากข้อเท็จจริงเป็นดังคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์โดยผู้ร้องมิได้ยินยอมอนุญาตและได้บอกล้างโมฆียะกรรมให้โจทก์ทราบจริงแล้วหนี้ระหว่างจำเลยกับโจทก์ย่อมไม่ผูกพันถึงเรือนพิพาท โจทก์จะนำยึดเรือนพิพาทหาได้ไม่ เว้นแต่หนี้ตามคำพิพากษานั้นเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๒ แต่ทางพิจารณาก็ยังไม่ปรากฏเช่นนั้น อนึ่ง แม้จำเลยผู้เป็นภริยาจะต้องรับผิดในหนี้เงินกู้เป็นส่วนตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๙ ก็ตาม แต่ถ้าหากเรือนพิพาทเป็นสินบริคณห์ตามคำร้องขัดทรัพย์จริงแล้ว โจทก์จะยึดเรือนพิพาทเพื่อขายชำระหนี้ทั้งหมดไม่ได้เช่นกัน โจทก์จะต้องดำเนินการขอต่อศาลให้แยกสินบริคณห์ส่วนของจำเลยออกชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๓ เสียก่อนแล้วจึงจะบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าความจริงเป็นดังคำร้องขัดทรัพย์หรือไม่ประการใด การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาต่อไปจนสิ้นกระบวนความแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2511 นายประพิณ สวัสดี โจทก์ นางสุนันทา นักรบ จำเลย นายถนอมศักดิ์ นักรบ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประพิณ สวัสดี · จำเลย - นางสุนันทา นักรบ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายถนอมศักดิ์ นักรบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประสม เภกะสุต · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสอน ไชยสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1241/2491ฎีกา 198/2506ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 5531/2534ฎีกา 771/2508ฎีกา 602/2488ฎีกา 4139/2542ฎีกา 3544/2542ฎีกา 1427/2514ฎีกา 1514/2530ฎีกา 1317/2512ฎีกา 1055/2492ฎีกา 662/2473ฎีกา 1005/2495ฎีกา 1792/2492ฎีกา 1123/2487ฎีกา 247/2501ฎีกา 541/2509ฎีกา 1429/2505ฎีกา 1902/2494ฎีกา 1445/2482ฎีกา 819/2500ฎีกา 5834/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา