⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 412/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2511

ย่อคำพิพากษา

สัญญาก่อสร้างที่ผู้สร้างยอมยกกรรมสิทธิ์ในเคหะที่สร้างให้แก่เจ้าของที่ดิน และเจ้าของที่ดินต้องยอมให้ผู้ก่อสร้างเช่าเคหะนั้น เป็นสัญญาเช่าและสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษนอกเหนือไปจากสัญญาเช่าธรรมดาด้วย แม้จะระบุให้เช่าและสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษนอกเหนือไปจากสัญญาเช่าธรรมดาด้วย แม้จะระบุให้เช่าได้มีกำหนด 11 ปี ก็ไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 แต่ในเรื่องเช่านั้นทั้ง 2 ฝ่ายต้องปฏิบัติต่อกันตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าทรัพย์ตามธรรม คือ ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าตามสัญญาเช่า เมื่อผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าก็เป็นการผิดสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าก็ย่อมบอกเลิกการเช่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ได้ทำสัญญายอมให้โจทก์มีสิทธิทำการก่อสร้างตึกแถว โดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วต้องยกกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลย แต่โจทก์มีสิทธิเรียกเก็บเงินค่าก่อสร้างได้ จำเลยต้องทำสัญญาให้แก่ผู้เช่ามีกำหนด ๙ ปี ถ้าโจทก์เช่าเองจำเลยยอมให้เช่า ๑๑ ปี โจทก์ได้เช่าห้องพิพาท ๑ ห้อง และได้ขอร้องให้จำเลยไปจดทะเบียนการเช่า จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ได้ตกลงสร้างตึก ๑๒ คูหา แต่โจทก์ผิดสัญญาสร้างตึกเสร็จเพียง ๔ คูหา เรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะเป็นส่วนของโจทก์แล้ว ๓ คูหา อีก ๑ คูหา โจทก์ขอเช่าในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๑๓๐ บาท โจทก์ไม่ชำระค่าเช่า จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาเช่าและสัญญาก่อสร้าง จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาก่อสร้างตึกแถวเป็นสัญญาต่างตอบแทน โจทก์สร้างไม่ครบ ๑๒ ห้อง เรียกได้ว่าไม่กระทำการชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา จำเลยได้บอกเลิกสัญญาก่อสร้างและสัญญาเช่าแล้ว พันธะที่โจทก์จำเลยพึงมีต่อกันย่อมหมดไป พิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่า คู่สัญญาไม่ได้ตกลงกันว่า โจทก์จะต้องสร้างครบทั้ง ๑๒ ห้องเสียก่อน จำเลยจึงจะให้โจทกฺ์เช่าได้ เมื่อโจทก์สร้างตึกเสร็จ ๔ ห้อง เรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะ ๓ ห้อง ส่วนอีกห้องหนึ่งนั้นโจทก์เช่าอยู่เอง จึงเห็นได้ว่าคู่กรณีมีเจตนาตรงกันว่า เมื่อสร้างตึกแถวเสร็จเพียงใดก็ให้กรรมสิทธิ์ในตึกตกเป็นของจำเลยแต่บัดนั้นเป็นต้นไป แม้จำเลยจะบอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้ว ที่จำเลยให้โจทก์เช่าตึกแถวห้องพิพาทก็ยังมีผลบังคับได้อยู่ ประเด็นในเรื่องค้างชำระค่าเช่านั้นศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาก่อสร้างตามเอกสาร ล. ๑ เป็นสัญญาเช่าและสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษนอกเหนือไปจากสัญญาเช่าธรรมดาด้วย แม้จะระบุให้เช่าได้มีกำหนด ๑๑ ปี ก็ไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘. แต่ในเรื่องเช่านั้น โจทก์จำเลยต้องปฏิบัติต่อกันตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าทรัพย์ตามธรรมดา คือ โจทก์จะต้องชำระค่าเช่าให้จำเลยตามสัญญาเช่า เมื่อโจทก์ไม่ชำระค่าเช่าจำเลยก็ย่อมบอกเลิกสัญญาหมาย ล. ๑ ซึ่งมีการเช่ารวมอยู่ด้วยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๐ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2511 นายประยูร ชัยมงคล โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โจทก์ นายสกล ทิมกระจ่าง ที่ 1 นางเสงี่ยม ทิมกระจ่าง ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประยูร ชัยมงคล โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ล. - นายสกล ทิมกระจ่าง ที่ 1 นางเสงี่ยม ทิมกระจ่าง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · กิตติ สีหนนทน์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1111/2494ฎีกา 2467/2526ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 247/2529ฎีกา 1593/2524ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 1002/2509ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 2509/2555ฎีกา 2160/2518ฎีกา 9571/2544ฎีกา 3714/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา