⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 847/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การระบุว่าจะชำระหนี้คืนเมื่อขายทรัพย์สินได้ ไม่ถือเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนตามกฎหมาย หากผู้กู้ยังมีทรัพย์สินอื่นพอจะชำระหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

หนี้ตามเอกสารหมาย จ.1 มีความที่จำเลยเขียนไว้ว่า'ได้รับยืมเงินคุณพระ (โจทก์) 60,000บาท จะใช้คืนทั้งหมดในเมื่อรับเงินขายที่ 24 ไร่ได้ จะคืนคุณพระหมด'หนี้ตามเอกสารหมาย จ.3 มีความว่า'ขอกวนใจช่วยอีก 20,000 บาทเท่ากับให้ผมยืมก่อน และเวลาขายที่นาของผมได้ ผมก็จะอนุญาตให้คุณพระหักไปเลย' ดังนี้ข้อความที่จำเลยเขียนระบุไว้นั้น เป็นเพียงคำปรารภหรือคำกล่าวอ้างของจำเลยในเวลายืมรับรองว่าจะชำระหนี้คืน เมื่อจำเลยขายที่ดินของจำเลยได้ เนื่องจากจำเลยยังมีที่ดินพอจะขายเอาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ได้เท่านั้น คำรับรองดังกล่าวหาใช่เงื่อนไขในการชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา144 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยืมเงินโจทก์ไป ๔ คราว จำนวนรวม ๑๐๒,๕๐๐ บาท และยืมเงินโจทก์อีก ๓,๐๐๐ บาท โดยเขียนเช็คให้ไว้เงิน ๓ รายแรกจะชำระภายในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ ส่วนรายอื่นจะชำระให้เมื่อขายที่ดินโฉนดที่ ๑๐๖๖ จำเลยไม่ชำระภายในกำหนดและเบี่ยงบ่ายไม่ยอมขายที่ดินโฉนดที่ ๑๐๖๖ ขอให้ศาลบังคับให้ใช้เงิน ๑๐๕,๕๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๐๒,๕๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยส่วนหนึ่งราย ๓,๐๐๐ บาท ที่จำเลยเขียนเช็ค เห็นว่าเช็คไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืม จึงไม่บังคับให้ จำเลยอุทธรณ์ว่าหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกาว่า หนี้รายที่จำเลยยืมจากโจทก์มีเงื่อนไขว่า จะชำระคืนทั้งหมดเมื่อขายที่นา ๒๔ ไร่แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่เป็นปัญหามาสู่ศาลฎีกาเกี่ยวกับหนี้เงินยืมเฉพาะ ๒ ราย คือ หนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑ ลงวันที่ ๑๘กรกฎาคม ๒๕๐๐ มีความที่จำเลยเขียนไว้ว่า "ได้รับยืมเงินคุณพระ๖๐,๐๐๐ บาท จะใช้คืนทั้งหมดในเมื่อรับเงินขายที่ ๒๔ ไร่ได้จะคืนคุณพระหมด" และหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๓ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน๒๕๐๐ มีความว่า "ขอกวนใจช่วยอีก ๒๐,๐๐๐ บาท เท่ากับให้ผมยืมก่อนและเวลาขายที่นาของผมได้ ผมก็จะอนุญาตให้คุณพระหักไปเลย" ศาลฎีกาได้พิจารณาเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวแล้ว เห็นว่าข้อความที่จำเลยเขียนระบุไว้นั้น เป็นเพียงคำปรารภหรือคำกล่าวอ้างของจำเลยในเวลายืมรับรองว่าจะชำระหนี้ดังกล่าวคืนเมื่อจำเลยขายที่ดินของจำเลยได้ เนื่องจากจำเลยยังมีที่ดินพอจะขายเอาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ได้เท่านั้น คำรับรองของจำเลยดังกล่าวหาใช่เงื่อนไขในการชำระหนี้ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๔ ไม่ เพราะถ้าถือว่าเป็นเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามจำเลยกล่าวอ้าง หากจำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมขายที่ดิน จำเลยมิไม่ต้องชำระหนี้ให้โจทก์ หรืออีกนัยหนึ่งโจทก์คงไม่มีสิทธิจะเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ตลอดไปหรือ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2511 พลเอกเภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ โจทก์ นายบัณฑิต เหล่าเกษม หรือนายเล็ง เหล่าเกษม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลเอกเภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ · จำเลย - นายบัณฑิต เหล่าเกษม หรือนายเล็ง เหล่าเกษม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประสม เภกะสุต · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2467/2526ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2026/2494ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 4007/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 2224/2528ฎีกา 4973/2536ฎีกา 8089/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา