⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1263/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2512

ป.พ.พ. ม.680 · ป.วิ.แพ่ง ม.138, 278, 283 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมนั้นทุกประการ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และผู้ร้องขัดทรัพย์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมเป็นใจความว่า ผู้ร้องขอให้โจทก์ขายทอดตลาดเฉพาะเรือนตามประกาศทรัพย์อันดับ 2 ไปก่อน หากขายเรือนได้เงินไม่พอชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ร้องจะยอมชำระเงินให้โจทก์แทนจำเลยจนครบ ฯลฯ ดังนี้ เมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยขาดจำนวนอยู่ผู้รองต้องชำระหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอม เมื่อไม่ชำระ โจทก์จึงขอให้บังคับผู้ร้องชำระหนี้จำเลยจนครบได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.283 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.283 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมโดยจำเลยยอมใช้เงิน ๕,๒๘๗ บาท และชำระดอกเบี้ยในเงินต้น ๒,๙๑๕ บาท อัตราชั่งละ ๑ บาทต่อเดือน จำเลยไม่ชำระหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ ๒๗๑๕ ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ ต่อมาโจทก์และผู้ร้องได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลพิพากษาตามยอมเป็นใจความว่าข้อ ๑. ผู้ร้องขอให้โจทก์ขายทดตลาดเฉพาะเรือนตามประกาศยึดทรัพย์อันดับที่ ๒ ไปก่อน หากขายเรือนดังกล่าวได้เงินไม่พอชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาผู้ร้องจะยอมชำระเงินให้โจทก์แทนจำเลยจนครบ ฯลฯ โดยขอให้โจทก์ถอนการยึดที่ดินตามประกาศยึดทรัพย์อันดับ ๑ เสีย ฯลฯ ข้อ ๒. โจทก์ยอมตกลงตามข้อ ๑. แต่จะขอถอนการยึดให้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบแล้วตามข้อ ๑. ต่อมาขายทอดตลาดเรือนเป็นราคา ๑๐,๕๕๐ บาท โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามส่วนเฉลี่ย ๓,๔๘๕.๗๑ บาท คงขาดไป ๒,๘๒๔.๕๗ บาท โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้และยังขาดจำนวนอยู่ดังกล่าว ขอให้ออกคำสั่งบังคับให้ผู้ร้องนำเงินตามจำนวนที่ยังขาดมาชำระให้โจทก์ภายใน ๑๐ วัน ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องต้องชำระหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อไม่ชำระ โจทก์จึงขอให้บังคับผู้รองชำระหนี้แทนจำเลยจนครบตามที่ผูกพันตนเข้ามา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2512 นางริ้ว จึงสมานญาติ โจทก์ นางพูล บุญยงค์ จำเลย นางพิน กล่ำโรย ที่ 1 นางสุข มั่นคง ที่ 2 ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางริ้ว จึงสมานญาติ · จำเลย - นางพูล บุญยงค์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางพิน กล่ำโรย ที่ 1 นางสุข มั่นคง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสลา หัมพานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม หัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุ่ม สุนทรชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1173/2517ฎีกา 5218/2545ฎีกา 5992/2545ฎีกา 187/2488ฎีกา 9949/2559ฎีกา 816/2522ฎีกา 359/2518ฎีกา 3001/2568ฎีกา 4554/2536ฎีกา 2523/2521ฎีกา 2780/2536ฎีกา 1418/2520ฎีกา 43/2537ฎีกา 3618/2543ฎีกา 2699/2520ฎีกา 360/2525ฎีกา 5746/2545ฎีกา 1423/2534ฎีกา 2405/2529ฎีกา 6351/2534ฎีกา 1372/2540ฎีกา 445/2543ฎีกา 3051/2529ฎีกา 396/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา