⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1807/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสามีภริยาที่แยกกันอยู่แต่ยังมิได้หย่าขาดจากกัน หากมิใช่ได้มาโดยการอยู่กินร่วมกัน แต่เป็นโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหามาได้ตามลำพังและแยกไว้เป็นส่วนตัวแล้ว ไม่ถือเป็นสินสมรส

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ต่อมาร้างกัน แต่ยังมิได้หย่าขาดจากกัน ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างร้างกันและแม้ยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมายก็ไม่เป็นสินสมรส เพราะเหตุว่าทรัพย์สินมิใช่ได้มาโดยการอยู่กินสมรสร่วมกัน หากเป็นโดยฝ่ายหนึ่งหามาได้ตามลำพังและแยกไว้เป็นส่วนตัวแล้ว (อ้างฎีกาที่ 1235/2494, 991/2501) เมื่อไม่เป็นสินสมรส จำเลยก็มีสิทธิยกให้โดยเสน่หาได้ โดยไม่จำต้องรับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยาก่อน คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าพันบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และในการวินิจฉัยปัญหานี้ ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน แต่ข้อเท็จจริงในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างร้างกันหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยถึง ศาลฎีกาจึงยังมิอาจที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาจำเลยได้ เพราะข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาย่อมยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างโจทก์จำเลยร้างกันหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ ตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.238 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1464 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1473 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยแต่งงานเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ โจทก์จำเลยร่วมกันเช่าที่ธรณีสงฆ์ปลูกห้องแถว ๓ ห้อง ราคา ๓,๐๐๐ บาท จำเลยทำนิติกรรมยกห้อง ๓ ห้อง อันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลยนี้ให้นายประชานายประวิทย์และนางสาวอรุณ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอให้พิพากษาเพิกถอนการให้ ฯลฯ จำเลยให้การว่า โจทก์ทิ้งร้างจำเลยไป ไม่เคยกลับมาอยู่กินร่วมกันจน ๒๐ ปีเศษแล้ว จำเลยจดทะเบียนสมรสกับนางง้อ และร่วมกันปลูกห้องดังกล่าว แล้วยกให้บุคคลทั้งสามดังกล่าว ศาลชั้นต้นหมายเรียกบุคคลทั้งสามดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วม และจำเลยร่วมให้การอย่างเดียวกับจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการให้ ฯลฯ จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามฎีกา ในชั้นฎีกามีเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นสั่งรับ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ต่อมาได้ร้างกัน แต่ยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย ปัญหาจึงมีว่า ห้องพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างร้างกันหรือไม่ ถ้าเป็นทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างร้างกัน แม้ยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย ก็ไม่เป็นสินสมรส เพราะเหตุว่าทรัพย์นั้นมิใช่ได้มาโดยการอยู่กินสมรสร่วมกัน หากเป็นโดยฝ่ายหนึ่งหามาได้ตามลำพัง และแยกไว้เป็นส่วนตัวแล้ว ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๓๕/๒๔๙๔, และคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๙๑/๒๕๐๑ เมื่อไม่เป็นสินสมรส จำเลยก็มีสิทธิยกให้โดยเสน่หาได้ โดยไม่จำต้องรับความยินยอมจากโจทก์เป็นภริยาก่อน โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอน แต่คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าพันบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง คงฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และการวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน แต่ข้อเท็จจริงในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างร้างกันหรือไม่นี้ ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยถึง ศาลฎีกาจึงยังมิอาจที่จะวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยได้ เพราะข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างโจทก์จำเลยร้างกันหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2512 นางยี่โถ รังสิโรจน์ โจทก์ นายเหลียง รังสิโรจน์ จำเลย นายประชา รังสิโรจน์ ที่ 1 นายประวิทย์ รังสิโรจน์ ที่ 2 นางสาวอรุณ รังสิโรจน์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางยี่โถ รังสิโรจน์ · จำเลย - นายเหลียง รังสิโรจน์ · รังสิโรจน์ - นายประชา รังสิโรจน์ ที่ 1 นายประวิทย์ รังสิโรจน์ ที่ 2 นางสาวอรุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 4637/2567ฎีกา 639/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1052/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1236/2479ฎีกา 1083/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 891/2510ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1775/2512ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา