⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 834/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าซื้อที่ทำขึ้นโดยพนักงานผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ ถือว่ามีผลผูกพันบริษัทผู้ให้เช่าซื้อและผู้เช่าซื้อตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อระบุชื่อบริษัทโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อกับจำเลยผู้เช่าซื้อไว้ชัดแจ้ง โดยพนักงานของบริษัทโจทก์ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขายลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อในนามบริษัทโจทก์ เป็นการทำแทนบริษัทโจทก์ มิใช่ทำเป็นส่วนตัว ซึ่งจำเลยก็ทราบดี เมื่อจำเลยลงชื่อไว้ในสัญญาและได้รับทรัพย์ที่เช่าซื้อไปแล้ว สัญญาเช่าซื้อย่อมมีผลผูกพันบริษัทโจทก์กับจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยได้เช่าซื้อตู้เย็น ๑ ตู้จากโจทก์ ราคา ๕,๐๐๐ บาท แบ่งชำระราคามีกำหนด ๒๐ เดือน ๆ ละ ๒๕๐ บาท ปรากฏตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อท้ายฟ้อง จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ ๘ เป็นต้นมา เป็นเงิน ๔,๑๒๕ บาท โจทก์ได้บอกเลิกสัญญา ให้จำเลยส่งคืนตู้เย็นและชำระค่าเช่าซื้อจำนวนที่ค้างดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับชำระ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยอยู่และได้ตกลงหักเงินที่โจทก์ต้องใช้จำเลยออกงวดละ ๑๒๕ บาท เป็นการชำระค่าเช่าซื้อตู้เย็นโดยได้ถือปฏิบัติเรื่อยมา ครั้นเมื่อจำเลยออกจากงานบริษัทโจทก์ในเดือนสิงหาคม ๒๕๐๕ โจทก์ได้ตกลงหักเงินค่าเช่าซื้อตู้เย็นจากเงินค่านายหน้าที่โจทก์ต้องชำระจำเลยซึ่งเมื่อคิดถึงปลายปี ๒๕๐๕ คงเป็นเงินค่านายหน้ารวม ๔๐,๒๙๙ บาท เมื่อหักจากเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ๔,๑๒๕ บาท คงเหลือเงินที่โจทก์ต้องชำระให้จำเลยอีก ๓๖,๑๗๔ บาท ขอให้บังคับโจทก์ชำระ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้งเพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม และวินิจฉัยว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยค้างชำระค่าเช่าซื้อ ๒ เดือนเป็นเงิน ๕๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยชำระพร้อมทั้งคืนตู้เย็นแก่โจทก์ หากไม่คืนให้ใช้เงิน ๕,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในประเด็นอำนาจฟ้องที่จำเลยต่อสู้ว่า สัญญาเช่าซื้อปรากฏชัดว่าบริษัทโจทก์กับจำเลยเป็นคู่สัญญากันชัดแจ้ง สำหรับการลงชื่อในสัญญาสำหรับโจทก์นั้น เมื่อโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ย่อมมีกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารงานแทน ฉะนั้น การที่นายมณฑลซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทโจทก์ มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขาย ย่อมมีอำนาจทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยได้ เพราะเป็นการทำแทนบริษัทโจทก์ซึ่งจำเลยเป็นพนักงานขายของของโจทก์ย่อมทราบดีอยู่แล้ว ส่วนปัญหาฟ้องโจทก์เห็นว่าสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ในข้อเท็จจริงเห็นชอบตามที่ศาลล่างวินิจฉัยมา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2512 บริษัทไทยอีเล็กทริกเอ็นยินเนียริ่ง จำกัด โดยนายกำจาย เอี่ยมสุรีย์ และนา ยกเสม เอี่ยมสุรีย์ กรรมการ โจทก์ นายยงยุทธ นีมะโยธิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความและนา - บริษัทไทยอีเล็กทริกเอ็นยินเนียริ่ง จำกัด โดยนายกำจาย เอี่ยมสุรีย์ · โจทก์ - ยกเสม เอี่ยมสุรีย์ กรรมการ · จำเลย - นายยงยุทธ นีมะโยธิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ใหญ่ ศาลยาชีวิน · จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรอง อมะรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3310/2536ฎีกา 5542/2540ฎีกา 2427/2518ฎีกา 581/2501ฎีกา 2074/2545ฎีกา 707/2507ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 5470/2537ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 3616/2558ฎีกา 6567/2544ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 225/2530ฎีกา 3489/2536ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6320/2541ฎีกา 946/2509ฎีกา 6258/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา