⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1026/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงิน แม้จะมีที่มาจากการฝากเงินเพื่อหาดอกผล ก็ถือเป็นหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ตามสัญญา การที่คู่สมรสลงนามเป็นพยานในสัญญากู้ ถือเป็นการรู้เห็นและให้สัตยาบันในหนี้นั้น ทำให้หนี้นั้นเป็นหนี้ร่วมตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้หนี้ตามสัญญากู้จะมีมูลหนี้เนื่องมาจากชายาโจทก์นำเงินมาฝากให้จำเลยหาดอกผล จำเลยก็มีหนี้ผูกพันที่จะต้องคืนเงินจำนวนนี้ให้โจทก์ ฉะนั้น เมื่อจำเลยทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐาน จำเลยจึงมีความผิดที่จะต้องชดใช้เงินตามสัญญากู้ จำเลยก่อหนี้ขึ้นในระหว่างสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องเซ็นชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ จึงถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นและให้สัตยาบันหนี้สินรายนี้ และเป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้งในที่ดินซึ่งมีชื่อภรรยาจำเลยเป็นเจ้าของ ผู้ร้องร้องว่าทรัพย์สินอันดับ ๔, ๕, ๖ เป็นสินเดิมของผู้ร้อง ขอให้สั่งถอนการยึด โจทก์ให้การว่า ผู้ร้องลงชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ที่จำเลยกู้เงินโจทก์ เป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปเพื่ออุปการะครอบครัว โดยผู้ร้องรู้เห็นด้วย ถือว่าเป็นหนี้ร่วม ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้หนี้ตามสัญญากู้จะมีมูลหนี้เนื่องจากชายาโจทก์นำเงินมาฝากให้จำเลยหาดอกผล จำเลยก็มีหนี้ผูกพันที่จะต้องคืนเงินจำนวนนี้ให้โจทก์ ฉะนั้น เมื่อจำเลยทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐาน จำเลยจึงมีความรับผิดที่จะต้องชดใช้เงินตามสัญญากู้ ฟังได้ว่าจำเลยก่อหนี้ขึ้นในระหว่างสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องเซ็นชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ จึงถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นและให้สัตยาบันหนี้สินรายนี้ เป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๒ (๔) จำเลยและผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้ร่วมกัน โดยให้ใช้จากสินบริคณห์และสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายตามมาตรา ๑๔๘๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2513 พันโทหม่อมเจ้าวัฒนานุวัฒน์ วัฒนวงศ์ โจทก์ นายบุญทอง ผ่องสวัสดิ์ จำเลย นางสุรีย์ ผ่องสวัสดิ์ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันโทหม่อมเจ้าวัฒนานุวัฒน์ วัฒนวงศ์ · จำเลย - นายบุญทอง ผ่องสวัสดิ์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางสุรีย์ ผ่องสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · ถาวร หุตะโกวิท · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม ดุลยสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1462/2565ฎีกา 1345/2532ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 6631/2568ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1247/2510ฎีกา 8732/2549ฎีกา 1490/2538ฎีกา 6549/2542ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1084/2539ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา