⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1026/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2513

ป.พ.พ. ม.194, 349, 653 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงิน แม้จะมีที่มาจากการฝากเงินเพื่อหาดอกผล ก็ถือเป็นหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ตามสัญญา การที่คู่สมรสลงนามเป็นพยานในสัญญากู้ ถือเป็นการรู้เห็นและให้สัตยาบันในหนี้นั้น ทำให้หนี้นั้นเป็นหนี้ร่วมตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้หนี้ตามสัญญากู้จะมีมูลหนี้เนื่องมาจากชายาโจทก์นำเงินมาฝากให้จำเลยหาดอกผล จำเลยก็มีหนี้ผูกพันที่จะต้องคืนเงินจำนวนนี้ให้โจทก์ ฉะนั้น เมื่อจำเลยทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐาน จำเลยจึงมีความผิดที่จะต้องชดใช้เงินตามสัญญากู้ จำเลยก่อหนี้ขึ้นในระหว่างสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องเซ็นชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ จึงถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นและให้สัตยาบันหนี้สินรายนี้ และเป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้งในที่ดินซึ่งมีชื่อภรรยาจำเลยเป็นเจ้าของ ผู้ร้องร้องว่าทรัพย์สินอันดับ ๔, ๕, ๖ เป็นสินเดิมของผู้ร้อง ขอให้สั่งถอนการยึด โจทก์ให้การว่า ผู้ร้องลงชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ที่จำเลยกู้เงินโจทก์ เป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปเพื่ออุปการะครอบครัว โดยผู้ร้องรู้เห็นด้วย ถือว่าเป็นหนี้ร่วม ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้หนี้ตามสัญญากู้จะมีมูลหนี้เนื่องจากชายาโจทก์นำเงินมาฝากให้จำเลยหาดอกผล จำเลยก็มีหนี้ผูกพันที่จะต้องคืนเงินจำนวนนี้ให้โจทก์ ฉะนั้น เมื่อจำเลยทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐาน จำเลยจึงมีความรับผิดที่จะต้องชดใช้เงินตามสัญญากู้ ฟังได้ว่าจำเลยก่อหนี้ขึ้นในระหว่างสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องเซ็นชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ จึงถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นและให้สัตยาบันหนี้สินรายนี้ เป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๒ (๔) จำเลยและผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้ร่วมกัน โดยให้ใช้จากสินบริคณห์และสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายตามมาตรา ๑๔๘๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2513 พันโทหม่อมเจ้าวัฒนานุวัฒน์ วัฒนวงศ์ โจทก์ นายบุญทอง ผ่องสวัสดิ์ จำเลย นางสุรีย์ ผ่องสวัสดิ์ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันโทหม่อมเจ้าวัฒนานุวัฒน์ วัฒนวงศ์ · จำเลย - นายบุญทอง ผ่องสวัสดิ์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางสุรีย์ ผ่องสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · ถาวร หุตะโกวิท · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม ดุลยสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1241/2499ฎีกา 5644/2546ฎีกา 2654/2546ฎีกา 2147/2535ฎีกา 4133/2530ฎีกา 2360/2522ฎีกา 239/2525ฎีกา 6547/2538ฎีกา 4246/2557ฎีกา 5240/2553ฎีกา 810/2486ฎีกา 927/2485ฎีกา 895/2517ฎีกา 925/2487ฎีกา 650/2536ฎีกา 662/2491ฎีกา 6053/2548ฎีกา 284/2525ฎีกา 1806/2546ฎีกา 1090/2515ฎีกา 2115/2530ฎีกา 4757/2543ฎีกา 9945/2554ฎีกา 1623/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา