⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 895/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต่อสู้ว่าสัญญาไม่สมบูรณ์เพราะถูกหลอกลวง เป็นการต่อสู้ในประเด็นความสมบูรณ์ของนิติกรรม ซึ่งจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ จำเลยให้การว่าจำเลยตกลงขายที่สวนให้โจทก์ แต่โจทก์กลับหลอกลวงให้ทำหนังสือสัญญากู้ และจำเลยไม่ได้รับเงินดังนี้ เป็นการต่อสู้ว่า สัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนและไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๕,๐๐๐ บาท เอาที่สวน ๑ แปลงเป็นประกัน จำเลยไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย โจทก์จึงฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นคนปัญญาอ่อน จำเลยเคยไปอยู่บ้านโจทก์ ซึ่งเป็นหลานจำเลยตกลงจะขายที่สวนให้โจทก์ ๑ แปลง ราคา ๕,๐๐๐ บาทโจทก์หลอกลวงให้จำเลยไปทำหนังสือสัญญากู้ที่สถานีตำรวจ และบอกว่าจะจ่ายเงินให้เมื่อโอนที่ดินกันแล้ว แต่ต่อมากลับขับไล่จำเลยออกจากบ้านและไม่ได้ให้เงินจำเลย หนังสือสัญญากู้เป็นโมฆะ หนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระและโจทก์ไม่เคยทวงถาม ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่าสัญญากู้สมบูรณ์หรือไม่ ถ้าสมบูรณ์โจทก์มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้หรือไม่ และให้โจทก์นำสืบก่อนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ขอซื้อสวนจากจำเลย แล้วพาจำเลยไปทำสัญญากู้เจตนาอันแท้จริงของจำเลยไม่ได้ประสงค์จะผูกพันกันตามสัญญากู้จำเลยไม่ได้รับเงินกู้ สัญญากู้จึงไม่สมบูรณ์ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนการที่ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นเรื่องซื้อขายสวนเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญากู้จำเลยได้กู้เงินโจทก์และรับเงินไปจริง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หน้าที่นำสืบตกจำเลยนำสืบก่อน และจำเลยมีสิทธินำสืบหักล้างเอกสารสัญญากู้ได้ สำหรับข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบ พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า สัญญากู้ปรากฏชัดว่าเอาที่สวนเป็นประกันเงินกู้ศาลไปฟังว่าเป็นเรื่องซื้อขายจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยให้การว่าโจทก์หลอกลวงให้จำเลยทำหนังสือสัญญากู้โดยจำเลยเข้าใจว่าเป็นสัญญาขายที่สวนให้โจทก์ จำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์นั้น เป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน และไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารสัญญากู้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยลงลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญากู้ เพราะโจทก์หลอกลวงว่าเป็นสัญญาจะซื้อขายที่สวน โดยจำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์แต่อย่างใด สัญญากู้ไม่สมบูรณ์ โจทก์นำมาฟ้องเรียกเงินไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2517 นายลาภ ปานสวี โจทก์ นายหีด เพ็ชรล้อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลาภ ปานสวี · จำเลย - นายหีด เพ็ชรล้อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ล้วน นิลกำแหง · สวัสดิ์ ภู่งาม · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายอำนวย เต้พันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 6801/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 70/2518ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา