⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1407/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงท้ากันให้ส่งเอกสารไปพิสูจน์ลายมือชื่อโดยมิได้ระบุตัวผู้เชี่ยวชาญ ศาลย่อมมีอำนาจส่งเอกสารให้ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานที่ระบุตรวจพิสูจน์ได้ และหากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญชัดเจน ศาลไม่จำเป็นต้องเรียกมาเบิกความอีก

ย่อคำพิพากษา

คู่ความตกลงท้ากันให้ส่งเอกสารไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ เพื่อพิสูจน์ลายมือชื่อ โดยมิได้ระบุตัวผู้เชี่ยวชาญไว้ ศาลย่อมส่งเอกสารไปให้ผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ คนใดคนหนึ่งตรวจพิสูจน์ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 130 เมื่อผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นเป็นหนังสือ และไม่มีความจำเป็น ศาลก็ไม่ต้องเรียกมาให้เบิกความรับรองหรืออธิบายด้วยวาจาอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.91 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.99 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.130 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.91 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.99 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ไป โดยจำเลยที่ ๒ ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันหนี้รายนี้ จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระเงินให้โจทก์ ขอให้จำเลยร่วมกันใช้เงินต้นและดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ได้กู้เงินไปและยังไม่ได้ชำระจริง จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธว่าไม่เคยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันให้โจทก์ ลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันไม่ใช่ของตน ชั้นชี้สองสถาน โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ท้ากันเป็นประเด็นข้อแพ้ชนะประเด็นเดียวว่า ลายเซ็นจำเลยที่ ๒ ในหนังสือสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้อง เป็นลายเซ็นคน ๆ เดียวกับที่จำเลยที่ ๒ เซ็นไว้ในใบแต่งทนายหรือไม่ โดยขอให้ศาลส่งเอกสารดังกล่าวไปพิสูจน์ยังกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ โดยตกลงกันให้พิสูจน์แต่เพียงคำว่า "นางสมหมาย" เท่านั้น หากผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นยืนยันหรือเชื่อว่าเป็นลายมือบุคคลคนเดียวกันแล้ว จำเลยที่ ๒ ยอมแพ้ หากกลับกัน โจทก์ยอมแพ้ ศาลชั้นต้นดำเนินการตามข้อตกลงของคู่ความ ผู้เชี่ยวชาญกรมตำรวจตรวจพิสูจน์แล้วเห็นว่าน่าเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ในการที่โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ท้ากันให้ส่งเอกสารดังกล่าวไปให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจพิสูจน์นั้น มิได้ระบุตัวผู้เชี่ยวชาญไว้ จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าให้ผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ตรวจพิสูจน์ก็ได้ และปรากฏว่าต่อมาศาลชั้นต้นได้มีหนังสือส่งเอกสารไปให้พันตำรวจเอกนิรุช ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตรวจพิสูจน์ จึงถือได้ว่าได้มีการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญแล้ว เพราะศาลได้ออกคำสั่งกำหนดตัวผู้เชี่ยวชาญให้ทำการพิสูจน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๙, ๑๒๙ ส่วนที่พันเอกนิรุช ไกรฤกษ์ มิได้มาเบิกความรับรองรายงานการตรวจพิสูจน์นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๐ บัญญัติว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ศาลแต่งตั้งอาจแสดงความเห็นด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ แล้วแต่ศาลจะต้องการ ฯลฯ และกรณีเรื่องนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียกให้พันตำรวจเอกนิรุช ไกรฤกษ์ มาเบิกความหรืออธิบายด้วยวาจาอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2513 นายสุชาติ ชาญลิขิต โจทก์ นายคนึง บุญเชิด ที่ 1 นางสมหมาย ถนัดงาน ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชาติ ชาญลิขิต · ล. - นายคนึง บุญเชิด ที่ 1 นางสมหมาย ถนัดงาน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปรีชา สุมาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 338/2519ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 888/2511ฎีกา 70/2518ฎีกา 2253/2524ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 234/2491ฎีกา 5285/2537ฎีกา 7/2539ฎีกา 8224/2538ฎีกา 816/2492ฎีกา 293/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา