⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 148/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่ไม่ได้แสดงตนให้เป็นที่ทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตามหน้าที่ ย่อมทำให้ผู้ถูกกระทำไม่ทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และหากผู้ถูกกระทำขัดขวางการกระทำดังกล่าว ก็ไม่ถือว่ามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นตัวจำเลยในที่เปลี่ยวโดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแสดงหลักฐานให้เห็นได้ว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำการตามหน้าที่ ทั้งนี้ต่างฝ่ายไม่รู้จักกันมาก่อน จำเลยไม่มีทางรู้ได้ว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เช่นนี้ แม้จำเลยจะได้ทำการต่อสู้ชกต่อยขัดขวางมิให้เจ้าพนักงานตำรวจค้นเอาเงินทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยไปก็ตาม จำเลยก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ดังฟ้องโจทก์ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงสิบตำรวจเอกสันทัด เหมือนสังข์ โดยเจตนาฆ่า และเพื่อต่อสู้ขัดขวางมิให้เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวจับกุมและตรวจค้นจำเลยกับพวก แต่กระสุนปืนพลาด ไม่ถูกส่วนสำคัญของร่างกาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยซองปืนพกหนึ่งซองเป็นของกลาง จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกฐานทำร้ายร่างกายสาหัสมาแล้ว พ้นโทษยังไม่เกิน ๓ ปี กลับมากระทำผิดซ้ำในอนุมาตราเดียวกัน และทำความผิดครั้งก่อนเมื่ออายุเกิน ๑๗ ปีแล้ว ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๙๓, ๘๓, ๘๐ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษจริง ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าจำเลยมีอาวุธปืนและใช้ยิงสิบตำรวจเอกสันทัด และสมคบกับพวกยิงต่อสู้เจ้าพนักงานโดยเจตนาจะฆ่า แต่เชื่อว่าจำเลยมีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ ให้จำคุก ๘ เดือน ศาลไม่ได้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่า จึงเพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ ไม่ได้ และเพิ่มตามมาตรา ๙๒ ก็ไม่ได้ เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายมาและประสงค์ให้เพิ่มโทษตามมาตรา ๙๒ ซองปืนของกลางไม่ปรากฏว่าเป็นของใช้ในการกระทำผิด และไม่แน่ว่าเป็นของใคร จึงไม่ริบ จำเลยต้องขังมาพอกับโทษแล้วให้ปล่อยตัวไป ข้อหาอื่นยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยกอดปล้ำชกต่อยกับสิบตำรวจเอกสันทัด ก็โดยไม่รู้ว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ สิบตำรวจเอกสันทัดไม่ได้แต่เครื่องแบบตำรวจ ใช้ถ้อยคำหยาบคายและใช้อำนาจเข้าค้นเงินในกระเป๋าเสื้อจำเลยไปอันเป็นกิริยาเหมือนโจร สิบตำรวจเอกสันทัดกล่าวหาจำเลยต่างๆ นา ๆ เป็นการปกปิดการกระทำของตนที่ยิงจำเลยข้างหลัง การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิด พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหา ตามมาตรา ๑๓๘ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ที่สิบตำรวจเอกสันทัดพยานโจทก์เข้าตรวจค้นตัวจำเลยในที่เปลี่ยวโดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแสดงหลักฐานให้เห็นได้ว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำการตามหน้าที่ ทั้งนี้ต่างฝ่ายไม่รู้จักกันมาก่อน จำเลยไม่มีทางรู้ได้ว่าสิบตำรวจเอกสันทัดจะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเช่นนี้ แม้จำเลยจะได้ทำการต่อสู้ชกต่อยขัดขวางมิให้สิบตำรวจเอกสันทัดเอาเงินทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยไปก็ตาม จำเลยก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่ดังฟ้องโจทก์ไม่ พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2513 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายข้อง ทิพยวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายข้อง ทิพยวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุขารมณ์ · จินตา บุณยอาคม · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายดุสิต วราโห · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง จินดานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2507ฎีกา 3579/2531ฎีกา 8198/2550ฎีกา 243/2509ฎีกา 1037/2503ฎีกา 1595/2532ฎีกา 1082/2507ฎีกา 1041/2506ฎีกา 2218/2536ฎีกา 1240/2554ฎีกา 277/2466ฎีกา 1318/2506ฎีกา 986/2485ฎีกา 698/2516ฎีกา 2220/2540ฎีกา 195/2472ฎีกา 855/2484ฎีกา 3743/2529ฎีกา 2202/2521ฎีกา 501/2537ฎีกา 77/2541ฎีกา 1664/2515ฎีกา 390/2532ฎีกา 95/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา