⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1656/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบข้อตกลงอันเป็นมูลเหตุและความประสงค์ในการทำสัญญา เพื่อพิสูจน์ว่ามูลหนี้ที่จะทำให้ลูกหนี้ต้องรับผิดนั้นไม่มีอยู่จริง ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ให้จำเลยกู้เงิน 500 บาท โดยให้จำเลยเขียนสัญญากู้ 500 บาทฉบับหนึ่ง แล้วให้เขียนสัญญากู้อีกฉบับหนึ่งว่าจำเลยกู้ 20,000 บาท คือฉบับหมาย จ.1 เพื่อค้ำประกันสัญญากู้ฉบับแรกดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะนำสัญญากู้หมาย จ.1 มาเป็นมูลฟ้องให้จำเลยต้องรับผิด เพราะโจทก์กับจำเลยไม่มีมูลหนี้ต่อกันตามสัญญากู้หมาย จ.1 และโจทก์จำเลยไม่มีเจตนาเรียกร้องตามสัญญากู้หมาย จ.1 เลยการที่จำเลยนำสืบว่าไม่ได้รับเงิน 20,000 บาทตามสัญญากู้หมาย จ.1. เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงอันเป็นมูลเหตุและความประสงค์ที่ทำสัญญากู้หมาย จ.1ว่ามีอยู่อย่างไร และเป็นการนำสืบว่า มูลหนี้ที่จะทำให้จำเลยต้องรับผิดใช้เงินโจทก์นั้นหามีไม่ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 (อ้างฎีกาที่ 781/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินกู้และดอกเบี้ยรวม๒๑,๗๕๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๕๐๐ บาท ในวันที่จำเลยกู้เงินจากโจทก์ โจทก์ได้ให้จำเลยทำหนังสือไว้ ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งเป็นสัญญากู้ที่ระบุจำนวนเงินที่จำเลยกู้จากโจทก์ ๕๐๐ บาท ส่วนอีกฉบับหนึ่งโจทก์ให้จำเลยทำไว้กับโจทก์โดยระบุจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท สำหรับที่โจทก์จะเอาไว้เป็นประกันการกู้ ซึ่งถ้าหากจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินตามสัญญากู้ดังกล่าวแล้วเมื่อใด โจทก์จะเอาหนังสือสัญญากู้ฉบับหลังนี้ฟ้องจำเลยเป็นคดีต่อศาล จำเลยไม่ได้กู้เงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ให้จำเลยกู้เงิน ๕๐๐ บาท โจทก์ให้จำเลยเขียนสัญญากู้ ๕๐๐ บาทฉบับหนึ่ง แล้วให้เขียนสัญญากู้อีกฉบับหนึ่งว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท คือสัญญาหมาย จ.๑ เพื่อค้ำประกันสัญญากู้ฉบับแรกจำนวน ๕๐๐ บาท โดยจำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้หมาย จ.๑ ฉะนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะนำสัญญากู้หมาย จ.๑ มาเป็นมูลฟ้องให้จำเลยต้องรับผิด เพราะโจทก์กับจำเลยไม่มีมูลหนี้ต่อกันตามสัญญากู้หมาย จ.๑ โจทก์จำเลยไม่มีเจตนาเรียกร้องตามสัญญากู้หมาย จ.๑เลยการที่จำเลยนำสืบว่าไม่ได้รับเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาหมาย จ.๑เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงอันเป็นมูลเหตุและความประสงค์ที่ทำสัญญากู้หมาย จ.๑ ว่ามีอย่างไร และเป็นการนำสืบว่ามูลหนี้ที่จะทำให้จำเลยต้องรับผิดใช้เงินโจทก์นั้น หามีไม่ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (อ้างฎีกาที่ ๗๘๑/๒๕๐๗) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2513 นายจำลอง พานิชกุล โจทก์ นายสมนึก ชาญจำลอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำลอง พานิชกุล · จำเลย - นายสมนึก ชาญจำลอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวีระ มณีดิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิทูร เทพพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2026/2494ฎีกา 8680/2551ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา