คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์นั้น ผู้กระทำต้องกระทำความผิดเฉพาะตัว ส่วนการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์นั้น ผู้กระทำต้องร่วมกระทำความผิดกับผู้อื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกอีก 3 คนร่วมกันลักโคของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายกับชาวบ้านติดตามไปทันในระยะเวลากระชั้นชิดกันนั้นเอง พวกของจำเลยทั้ง 3 คนหลบหนีไปได้ก่อน คงเหลือแต่จำเลยผู้เดียวถูกผู้เสียหายกับชาวบ้านล้อมจับ จำเลยยิงปืนต่อสู้ขัดขวางการจับกุม และใช้ปืนตีทำร้ายผู้เสียหายจนถูกจับไว้ได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเฉพาะตัว พวกของจำเลยมิได้ร่วมประทุษร้ายหรือขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่หามีความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๓ คน ร่วมกันปล้นเอาโคของผู้เสียหายไปโดยขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย และได้ใช้ปืนยิง ๑ นัดกับใช้ปืนตีทำร้ายผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐, ๘๓ กับขอให้เพิ่มโทษและริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ ให้จำคุก ๑๒ ปี เพิ่มโทษตามมาตรา ๙๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็นจำคุก๑๖ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๐ ปี๘ เดือน ริบปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปืนและปลอกกระสุนไม่ริบ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกับพวกอีก ๓ คนร่วมกันลักโคของผู้เสียหายไป ๒ ตัว โดยมีเจตนาร่วมกันลักโคมาตั้งแต่ต้น ผู้เสียหายเป็นคนร้ายพาโคหนีไป จึงออกติดตามคนร้ายไปทันที โดยชาวบ้านหลายคนร่วมติดตามไปด้วย เมื่อตามไปได้ไม่ไกล คนร้าย ๓ คนซึ่งเป็นพวกของจำเลยหลบหนีไปได้ คงเหลือแต่จำเลย ผู้เสียหายและชาวบ้านจึงล้อมจับจำเลยจำเลยยิงปืน ๑ นัดไม่ถูกผู้ใดและใช้ปืนตีถูกแก้มผู้เสียหายไม่ถึงกับได้รับอันตรายแก่กาย แต่ก็ถูกผู้เสียหายและชาวบ้านจับได้ในขณะนั้นจึงวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเฉพาะตัว จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์หาใช้ปล้นทรัพย์ไม่ เพราะคนร้ายอื่นอีก ๓ คน มิได้ร่วมประทุษร้ายหรือขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกแต่อย่างใด
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรค ๒ แม้จำเลยจะมีอายุไม่เกิน๒๐ ปีขณะกระทำผิด ก็ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ จึงให้จำคุกไว้๑๐ ปี จำเลยเคยต้องโทษจำคุกฐานชิงทรัพย์มีกำหนด ๔ เดือน ๑๕ วันพ้นโทษไปภายในเวลา ๕ ปี มากระทำผิดคดีนี้อีก เพิ่มโทษตามมาตรา ๙๒หนึ่งในสามแต่จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ เห็นสมควรไม่เพิ่มไม่ลด คงจำคุกไว้ ๑๐ ปีริบปืนและปลอกกระสุนของกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2513
พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์
นายบุญมี คงคาไหว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายบุญมี คงคาไหว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุทัย ศุภนิตย์ · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายอรุณ ศิลปวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง จินดานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา