คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การฎีกาในข้อเท็จจริงจะทำได้ต่อเมื่อข้อพิพาทมีราคาหรือมีค่าทรัพย์สินที่พิพาทกันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินที่โจทก์จำเลยพิพาทกันมิใช่ทั้งแปลงดังที่โจทก์ฟ้อง คงพิพาทกันเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อที่ทั้งหมด และส่วนนี้แม้จะไม่ได้ความตามท้องสำนวนว่าเป็นเนื้อที่เท่าไร และศาลชั้นต้นไม่ได้ให้คู่ความตีราคาที่พิพาทใหม่ก็ตามก็คำนวณเอาจากมาตราส่วนในแผนที่วิวาทได้ว่าที่ดินที่พิพาทกันเนื้อที่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด ส่วนราคาของที่พิพาทนั้นเมื่อรวมค่าเสียหายอีก 300 บาท ก็ไม่เกินห้าพันบาท เพราะที่ของโจทก์ 10 ไร่1 งาน โจทก์ตีราคามาเพียง 5,125 บาท คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นก็เพียงแก้ไขเล็กน้อย โจทก์จึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ฯลฯ
จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินตามแผนที่วิวาทเหนือร่องน้ำจาก ล.ม.๑ ถึง ล.ม.๑๒ เป็นของโจทก์ ฯลฯ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์กล่าวในฟ้องว่าที่ดินของโจทก์มีเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๑ งานทางทิศใต้ติดกับที่ดินของจำเลยยาวประมาณ ๒ เส้น ที่ดินแปลงนี้ของโจทก์ราคา๕,๑๒๕ บาทโจทก์นำเจ้าพนักงานรังวัดที่ดินแปลงนี้เพื่อออกโฉนด จำเลยโต้แย้งว่าโจทก์นำรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จึงทำการรังวัดไม่ได้ ทำให้โจทก์เสียหาย ๓๐๐ บาท จำเลยให้การว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดล่วงล้ำเข้าไปในที่ดินครอบครองของจำเลย ทั้งยังชี้ล่วงล้ำทับที่มีโฉนดของจำเลยเข้าไปอีกมากจำเลยจึงคัดค้าน และตามแผนที่วิวาท ที่ที่โจทก์จำเลยพิพาทกัน คือ ที่ภายในเส้นสีแดงกับเส้นสีเขียวทับกัน ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของที่ดินทั้งแปลงของโจทก์จำเลย ได้ความดังกล่าวจึงเห็นได้ว่า ที่ดินที่โจทก์จำเลยพิพาทกันมิใช่ทั้งแปลงดังที่โจทก์ฟ้องคงพิพาทกันเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อที่ทั้งหมด และส่วนนี้แม้จะไม่ได้ความตามท้องสำนวนว่าเป็นเนื้อที่เท่าไร และศาลชั้นต้นไม่ได้ให้คู่ความตีราคาที่พิพาทใหม่ก็ตาม ก็คำนวณเอาจากมาตราส่วนในแผนที่วิวาทได้ว่า ที่ดินที่พิพาทกันเนื้อที่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด ส่วนราคาของที่พิพาทนั้นเมื่อรวมค่าเสียหายอีก ๓๐๐ บาท ก็ไม่เกินห้าพันบาท เพราะที่ของโจทก์ ๑๐ ไร่ ๑ งาน โจทก์ตีราคามาเพียง ๕,๑๒๕ บาท คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นก็เพียงแก้ไขเล็กน้อย โจทก์จึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๘
จึงพิพากษายกฎีกาของโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2513
นายวงศ์ เผือกบำรุง ที่ 1 นายด๊วด เผือกบำรุง ที่ 2 โจทก์
นายล่าม มอญดะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวงศ์ เผือกบำรุง ที่ 1 นายด๊วด เผือกบำรุง ที่ 2 · จำเลย - นายล่าม มอญดะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน พูนคำ · จำรูญ โชติรัต · แถม สิริสาลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายแปลก ศิงฆมานันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา