⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 654-655/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 654-655/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งข้อความเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนคำแจ้งความเดิมที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ การกระทำที่มิใช่ความเท็จ ย่อมไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้แจ้งขอเดินทางออกจากประเทศไทยและได้รับอนุมัติให้เดินทางออกนอกประเทศไทยได้ ต่อมาจำเลยได้แจ้งถอนคำขอดังกล่าวและขออยู่ต่อ ก็ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยต่อไปอีกชั่วคราวได้ การแจ้งข้อความเปลี่ยนแปลงเพิกถอนคำแจ้งความที่ขอเดินทางออกนอกประเทศไทยของจำเลยนั้นไม่ทำให้ผู้ใดได้รับความเสียหายจึงไม่เป็นผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137และการอยู่ต่อมาของจำเลยก็เป็นการอยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยเขียนข้อความในบัตรแสดงการออกจากประเทศไทยแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง แต่เมื่อข้อความนั้นไม่ถือเป็นความเท็จ จำเลยก็ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม.20 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๒ สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรในฐานะเป็นบุคคลไม่นับเป็นคนเข้าเมือง ได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๒๖๗พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๒๐(๔), ๕๘, ๖๗ กฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๔๙๓ ข้อ ๑๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗, ๒๖๗ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ว่า วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๑๐จำเลยทั้งสองได้รับอนุมัติให้เดินทางออกนอกประเทศไทยตามหนังสือแสดงการออกจากประเทศไทย ซึ่งเจ้าพนักงานแผนกตรวจพาหนะทางท่าอากาศยานดอนเมืองได้ตรวจประทับตราแล้วแต่จำเลยทั้งสองไม่เดินทางออกไป (แล้วจำเลยทั้งสองไปรายงานตัวว่าไม่ได้ออกและได้ยื่นคำร้องขอเป็นคนเข้าเมือง) ในระหว่างพิจารณาขอเป็นคนเข้าเมืองจำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๐ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยกลับใจไม่เดินทางออกไป จำเลยได้แจ้งต่อกองตรวจคนเข้าเมืองเท่ากับว่าจำเลยได้แจ้งความเปลี่ยนแปลงเพิกถอนคำแจ้งความของจำเลยที่ว่าจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรนั้นเสียแล้ว และจำเลยได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้ จึงเป็นการอยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ทำให้ผู้ใดได้รับความเสียหาย จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยแจ้งความเท็จ ส่วนข้อหาตามมาตรา ๒๖๗ นั้น ตามที่จำเลยแจ้ง (บัตรแสดงการออกจากประเทศไทย)จำเลยเขียนขึ้นเองซึ่งไม่ถือเป็นความเท็จ กรณีก็ไม่เข้าเกณฑ์ความผิดตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 654 - 655/2513 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายมิเกล มาเรียโตสโรว่า จูเนียร์ จำเลย ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายรูเบน เอ มาคาบูโลส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายมิเกล มาเรียโตสโรว่า จูเนียร์ · โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายรูเบน เอ มาคาบูโลส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท สุคนธมาน · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายชูเชิด รักตะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง จินดานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1274/2513ฎีกา 13725/2553ฎีกา 2673/2527ฎีกา 88/2536ฎีกา 1329/2529ฎีกา 4048/2528ฎีกา 284/2507ฎีกา 2803/2535ฎีกา 1499/2531ฎีกา 237/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 605/2546ฎีกา 13537/2553ฎีกา 581/2527ฎีกา 2839/2541ฎีกา 957/2518ฎีกา 8815/2554ฎีกา 492/2509ฎีกา 2187/2554ฎีกา 1566/2525ฎีกา 478/2515ฎีกา 2372/2519ฎีกา 6858/2541ฎีกา 651/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา