⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1602/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ให้สืบพยานในประเด็นที่ไม่ได้กำหนดไว้ในวันชี้สองสถานนั้น โจทก์ต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ทันที มิฉะนั้นจะถูกห้ามอุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องว่า ในวันชี้สองสถานโจทก์แถลงขอสืบพยานในประเด็นว่าจำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้จดข้อแถลงของโจทก์ไว้ในรายงานพิจารณา จึงขอให้ศาลชั้นต้นบันทึกไว้เป็นประเด็นและขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานในข้อนี้ได้ โดยถือว่าเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีการผิดมาตรา 27 เป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นใหม่นั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้เป็นคำสั่งที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องผิดระเบียบและปฏิเสธไม่ยอมให้โจทก์สืบพยานในประเด็นที่ไม่ได้กำหนดกันไว้ในวันนัดชี้สองสถาน จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 มิใช่คำสั่งอันเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228(2) และศาลชั้นต้นมีคำสั่งในเรื่องนี้ก่อนพิพากษาคดีเป็นเวลา 5 วัน โจทก์มีเวลาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้น แต่โจทก์มิได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามอุทธรณ์และกรณีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(2) ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้สัญญาเช่าสร้างตึกแถวและยกกรรมสิทธิ์ให้จำเลย จำเลยได้ผิดสัญญา กล่าวคือไม่ต่ออายุสัญญาให้แก่โจทก์ และไม่มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าและผู้อาศัยในที่ดินของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา จำเลยให้การว่าไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา วันชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับกันว่า เอกสารท้ายฟ้องและท้ายคำให้การถูกต้องโจทก์แถลงว่าจะขอสืบพยานในประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิขอต่ออายุสัญญา ตามสัญญาข้อ ๓ โจทก์มีสิทธิให้จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าผู้อาศัยในที่ดินของจำเลยตามสัญญาข้อ ๘ และจำเลยทำผิดสัญญาข้อ ๑๐ จำเลยแถลงขอสืบแก้ทุกประเด็น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยและนัดฟังคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๑ ว่าในวันชี้สองสถานตัวโจทก์ได้แถลงต่อศาลว่าโจทก์จะขอสืบพยานในประเด็นว่า จำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่ศาลมิได้จดคำแถลงข้อนี้ไว้ในรายงานพิจารณาเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ ขอให้ศาลจดข้อแถลงดังกล่าวของโจทก์ไว้และให้โจทก์สืบพยานในประเด็นข้อนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของโจทก์ว่าไม่มีการผิดตามมาตรา ๒๗ เป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นใหม่สำเนาให้อีกฝ่ายรวมสำนวนแล้วศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องลงวันที่๑ กรกฎาคม ๒๕๑๑ นั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์ไม่ได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามอุทธรณ์แล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๑ ว่าในวันนัดชี้สองสถานตัวโจทก์แถลงว่าจะขอสืบพยานในประเด็นที่ว่าจำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่ศาลชั้นต้นไม่จดข้อแถลงที่กล่าวไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงขอให้ศาลชั้นต้นบันทึกไว้เป็นประเด็นและขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานในข้อนี้ได้ โดยถือว่าเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ นั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีการผิดมาตรา ๒๗ เป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นใหม่ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งเช่นนี้เป็นคำสั่งศาลชั้นต้นปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องผิดระเบียบและปฏิเสธว่าไม่ยอมให้โจทก์สืบพยานในประเด็นที่มิได้กำหนดกันไว้ในวันนัดชี้สองสถาน จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ มิใช่คำสั่งอันเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๘(๒) ดังที่โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรื่องนี้ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๑และพิพากษาคดีนี้วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑ โจทก์มีเวลาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นแต่โจทก์มิได้โต้แย้งไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาในข้อนี้ชอบแล้ว และกรณีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๐(๒) ด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2514 นายอุดม ลิมปิสุรีย์ โจทก์ วัดพระนารายน์มหาราช โดยพระราชสีมาภรณ์ เจ้าอาวาส ที่ 1 พระราชสีมาภรณ์ ที่ 2 นายสุวรรณ ธนกัญญา ที่ 3 นายสาทร ผดุงถิ่น ที่ 4

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม ลิมปิสุรีย์ · 1 - วัดพระนารายน์มหาราช โดยพระราชสีมาภรณ์ เจ้าอาวาส ที่ · 4 - พระราชสีมาภรณ์ ที่ 2 นายสุวรรณ ธนกัญญา ที่ 3 นายสาทร ผดุงถิ่น ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุวรรณพ กองวารี · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1529/2499ฎีกา 3796/2540ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 5679/2553ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1247/2510ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1196/2513ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา