⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1833/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1833/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความของพยานที่อาจมีลักษณะเสียดสีดูหมิ่นศาล จะไม่ถือว่ามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล หากข้อความดังกล่าวเกิดขึ้นจากการตอบคำถามของศาลหรือคู่ความในประเด็นที่นำสืบในคดี

ย่อคำพิพากษา

แม้คำเบิกความของพยานจะมีข้อความหมายให้เห็นไปในทำนองเสียดสีดูหมิ่นศาล แต่เมื่อข้อความตามคำเบิกความของพยานเกิดขึ้นจากการตอบคำถามของศาลหรือของโจทก์จำเลยอันเป็นประเด็นที่คู่ความนำสืบกันมาในคดี ดังนี้ จะถือว่าพยานถือโอกาสเบิกความก้าวร้าวเสียดสีดูหมิ่นศาลเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลยังไม่ได้ พยานจึงยังไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีนี้ สืบเนื่องมาจากในการพิจารณาคดีนี้พนักงานอัยการโจทก์ได้อ้างนายสุระ ชัยวิรัตน์ เข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์และอ้างหนังสือของนายสุระ ชัยวิรัตน์ ซึ่งได้มีไปถึงผู้บังคับการกองปราบปราม กรมตำรวจเป็นพยานเอกสาร หมาย จ.๕ เมื่อนายสุระเบิกความเป็นพยานเสร็จศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่านายสุระเป็นเพียงนายจ้างของผู้ตายมิใช่ญาติผู้ตายร้องเรียนขอความเป็นธรรมตามเอกสาร จ.๕ เป็นการดูหมิ่นศาลก็ตามศาลก็ถือว่าเป็นเรื่องกล่าวนอกศาล แต่การที่นายสุระเบิกความในวันนี้ต่อศาลยืนยันจะย้ำว่าศาลจังหวัดชัยภูมิอยู่ใต้อิทธิพลการเงินและเป็นคนของนายเจี่ยซึ่งนายสุระไม่ชอบ ทั้งมีข้อสงสัยว่าศาลจะไม่ให้ความเป็นธรรมนั้น ศาลนี้เห็นว่านายสุระพยานเบิกความโดยถือโอกาสก้าวร้าวเสียดสีดูหมิ่นศาลในการพิจารณาคดีในห้องพิจารณา ปรากฏต่อหน้าคู่ความโจทก์จำเลยที่อยู่ในศาล ทั้งที่ได้ร้องเรียนดูหมิ่นศาลไว้แล้วตามเอกสารหมาย จ.๕ เป็นการไม่สมควร ไม่ชอบอยู่แล้ว การกระทำของนายสุระที่ปฏิบัติต่อศาลเช่นนี้ ถือว่าประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามนัยมาตรา ๓๑, ๓๓ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ จึงให้จำคุกไว้ ๒ เดือน นายสุระ ชัยวิรัตน์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น พนักงานอัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลฎีกาวินิจฉัย เอกสารหมาย จ.๕ เป็นหนังสือที่นายสุระร้องเรียนต่อผู้บังคับการกองปราบปราม กรมตำรวจ ในเวลาที่ยังไม่มีการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลจึงยังไม่ใช่การประพฤติตนในบริเวณศาล ส่วนคำเบิกความของนายสุระ ชัยวิรัตน์พยานโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นคำเบิกความที่ก้าวร้าว เสียดสี และดูหมิ่นศาลมีข้อความหลายตอนตามที่ได้นำมาเรียงไว้เพื่อให้ได้ความต่อเนื่องกันว่า "...นายเจี่ยผู้จัดการบริษัทนครชัยนี้ เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเงินสามารถใช้อิทธิพลทางการเงินบีบบังคับชักจูงข้าราชการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับคดีความเรื่องคนรถของบริษัทนายเจี่ยเป็นผู้จัดการได้โดยไม่จำกัดว่าเป็นข้าราชการตำรวจแต่อย่างเดียว... และนายเจี่ยผู้จัดการบริษัทนครชัย ได้พยายามใช้อิทธิพลทางการเงินเข้าสนิทชิดชอบกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้กำกับ อัยการ และศาลจนเป็นเหตุให้คนในจังหวัดชัยภูมิกลัวและทางตำรวจท้องที่ไม่กล้าจับกุมนายเจี่ยวงศ์เบญจรัตน์... และขอยืนยันการที่ข้าพเจ้าร้องเรียนตามเอกสารหมายจ.๕ นี้ ข้าพเจ้าร้องเรียนโดยเชื่อว่านายสำรองหรือพานรองผู้ตายอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้เกี่ยวข้องในเอกสารหมาย จ.๕ ได้... และที่ร้องเรียนตลอดจนเบิกความในศาลนี้ว่านายเจี่ย วงศ์เบญจรัตน์ มีอิทธิพลทางการเงินเข้าวิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่ในจังหวัดชัยภูมินี้ เพราะนายเจี่ยพูดในจังหวัดชัยภูมิว่า ผู้ใหญ่ในจังหวัดเป็นของเขาทั้งหมด รวมศาลสถิตย์ยุติธรรมแห่งจังหวัดชัยภูมิด้วย แต่จะพูดกับใครบ้างขณะนี้ข้าพเจ้าคิดไม่ออก...ข้าพเจ้ามีคดีเกี่ยวข้องกับผู้อื่นที่พิพาทกันในศาลจังหวัดชัยภูมิหลายคดี เป็นคดีเกี่ยวกับบริษัทสุระชัย และคนรถของบริษัทสุระชัยก็มีข้าพเจ้าก็ทราบชัดว่าไม่มีคดีใดที่ศาลจังหวัดชัยภูมิไม่ให้ความเป็นธรรมเลยแม้แต่คดีเดียวแต่คดีนี้ข้าพเจ้ามีข้อสงสัยดังให้การมานี้จริง..." เห็นว่า ในวันเกิดเหตุละเมิดอำนาจศาลในคดีนี้ นายสุระเป็นพยานโจทก์ นายสุระจึงมีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๖ ที่จะต้องเบิกความตอบคำถามของศาลและของคู่ความตามที่นำสืบกันในประเด็นแห่งคดี นายสุระไม่ได้เบิกความถึงศาลโดยที่ศาลและคู่ความมิได้ถามนายสุระ นายสุระตอบอัยการโจทก์ว่า นายเจี่ย วงศ์เบญจรัตน์ ผู้จัดการบริษัทนครชัยเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเงิน สามารถใช้อิทธิพลทางการเงินบีบบังคับชักจูงข้าราชการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับคดีความเรื่องคนรถของบริษัทนายเจี่ยเป็นผู้จัดการได้ นายเจี่ยพยายามใช้อิทธิพลทางการเงินเข้าสนิทชิดชอบกับผู้ว่าราชการจังหวัดผู้กำกับ อัยการ และศาลและนายสุระตอบทนายจำเลยว่า เหตุที่นายสุระมีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้บังคับการกองปราบปราม กรมตำรวจ ตามเอกสารหมาย จ.๕ ก็โดยนายสุระเชื่อว่านายสำรองหรือนายพานรองผู้ตายอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้เกี่ยวข้องในเอกสารหมาย จ.๕ เพราะนายเจี่ยพูดว่า ผู้ใหญ่ในจังหวัดชัยภูมิรวมทั้งศาลเป็นของเขาทั้งหมด ดังนี้ จะเห็นได้ว่า เหตุที่นายสุระเบิกความดังกล่าวก็เพราะคู่ความนำสืบกันถึงเอกสารหมาย จ.๕ ซึ่งนายสุระรับรองว่าได้ทำขึ้น เพราะนายสุระเห็นว่านายเจี่ยมีอิทธิพลทางการเงินและนายเจี่ยพูดว่าศาลเป็นคนของนายเจี่ย นายสุระหาได้เบิกความตอบคำถามของคู่ความยืนยันและย้ำว่า ศาลจังหวัดชัยภูมิอยู่ใต้อิทธิพลการเงินและเป็นคนของนายเจี่ย ดังที่ศาลชั้นต้นกล่าวไว้ในคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งลงโทษนายสุระฐานละเมิดอำนาจศาลแต่ประการใดไม่ และที่นายสุระตอบศาลว่าไม่มีคดีใดที่ศาลจังหวัดชัยภูมิไม่ให้ความเป็นธรรมเลยแม้แต่คดีเดียวแต่คดีนี้นายสุระมีข้อสงสัย นั้น เห็นว่าคำเบิกความของนายสุระในตอนนี้เกิดขึ้นจากการที่ศาลถามนายสุระขึ้นเองในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่คู่ความนำสืบกันในคดีนี้ ต้องถือว่าศาลอนุญาตให้นายสุระตอบคำถามของศาลไปตามความคิดเห็นของนายสุระได้ ที่นายสุระเบิกความว่า คดีนี้นายสุระมีข้อสงสัยก็ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำอันใดของศาลหรือของผู้พิพากษาในการพิจารณาคดีนี้ที่ทำให้นายสุระไม่พอใจหรือแคลงใจว่าศาลจะไม่ให้ความเป็นธรรมแก่นายสุระเหตุเพียงเท่านี้ไม่น่าจะถือว่านายสุระถือโอกาสและเจตนาเบิกความก้าวร้าว เสียดสี และดูหมิ่นศาลในการพิจารณาคดี ยังเรียกไม่ได้ว่านายสุระพยานโจทก์ประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล นายสุระไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ศาลอุทธรณ์พิพากษาในปัญหาข้อนี้ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1833/2514 อัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายเหรียญ วงศ์พล โจทก์ร่วม นายแสวง เอื้อศิริประชา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดชัยภูมิ · โจทก์ร่วม - นายเหรียญ วงศ์พล · จำเลย - นายแสวง เอื้อศิริประชา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายสมพันธ์ น้อยสง่า · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 2916/2522ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4970/2538ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา