⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2302/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2514

ป.อาญา ม.66, 68, 78 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.176

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับสารภาพระหว่างการพิจารณา แม้จะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ก็ไม่จำเป็นต้องลดโทษให้กึ่งหนึ่งเสมอไป ศาลต้องวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพนั้นเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเพียงใด หากเป็นการจำนนต่อพยานหลักฐานของโจทก์ ก็ไม่เป็นเหตุให้ลดโทษ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยดื่มสุราจนมึนเมาแล้วก่อเหตุร้ายขึ้นนั้นไม่ใช่เหตุอันควรปรานีเสมอไป จำเลยให้การรับว่าได้แทงผู้ตายจริง แต่ต่อสู้ว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวเช่นนี้ ย่อมถือว่าจำเลยปฏิเสธความผิด โจทก์ต้องนำพยานเข้าสืบจนคดีฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิด ไม่ใช่เป็นการกระทำเพื่อป้องกันจึงจะลงโทษจำเลยได้ แม้ต่อมาระหว่างสืบพยานโจทก์จำเลยกลับให้การใหม่ยอมรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งเสมอไปจะต้องพิเคราะห์ด้วยว่า คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเพียงใด หรือไม่ ถ้าการรับสารภาพของจำเลยพอถือได้ว่าเป็นการจำนนต่อพยานหลักฐานของโจทก์ ก็ไม่เป็นเหตุที่จะปรานีลดโทษให้ถึงกึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.66 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.66 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๒ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยบังอาจใช้มีดแทงทำร้ายโดยเจตนาฆ่านายต้อย แววสูงเนิน จนเป็นเหตุให้นายต้อยได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ปรากฏตามรายงานชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้อง เหตุเกิดที่ตำบลหมื่นไวย์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ขอให้ริบมีดของกลาง ครั้งแรกจำเลยให้การว่าได้ใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตายจริงแต่เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ เมื่อสืบพยานโจทก์ไปได้ ๔ ปาก เหลือนายแพทย์ผู้ตรวจบาดแผลอีกปากเดียว จำเลยจึงขอรับสารภาพผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก ๑๘ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานไปบ้างแล้วลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๑๒ ปี มีดของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นให้ลงโทษจำคุกจำเลยเพียง ๑๕ ปี แม้จำเลยจะรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วก็เห็นสมควรปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ให้จำคุกจำเลยไว้ ๗ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีแล้ว ทางพิจารณาตามที่โจทก์นำพยานเข้าสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้มีดแทงนายต้อยถึงแก่ความตายจริง ปัญหามีว่า ควรจะแก้โทษที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลย และลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์แก้โทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ให้เบาลง โดยอ้างว่าจำเลยกระทำผิดขณะเมาสุรานั้น เห็นว่า ในวันเกิดเหตุเป็นวันมีงานขึ้นบ้านใหม่และงานมงคลสมรสของบุตรชายของนางประกอบ ซึ่งเลี้ยงจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม ชอบที่จำเลยจะรักษากิริยามารยาทให้เรียบร้อย แต่จำเลยกลับดื่มสุราจนมึนเมาและก่อเหตุร้ายขึ้นในงาน ดังนี้ จึงไม่สมควรปรานีจำเลยโดยอาศัยเหตุที่ว่าจำเลยเมาสุราในขณะกระทำผิด ส่วนเรื่องลดโทษนั้นเห็นว่า ถ้าปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ศาลจะลดโทษให้จำเลยก็ต่อเมื่อศาลเห็นสมควร และคำให้การของจำเลยจะเป็นเหตุบรรเทาโทษก็ต่อเมื่อให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คดีนี้จำเลยรับว่าได้แทงผู้ตายจริง แต่ต่อสู้ว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันที่จำเลยให้การเช่นนี้ย่อมถือว่าจำเลยปฏิเสธความผิด โจทก์จำเป็นจะต้องนำพยานเข้าสืบจนคดีฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำความผิดไม่ใช่เป็นการกระทำเพื่อป้องกัน จึงจะลงโทษจำเลยได้ แม้ต่อมาในระหว่างสืบพยานโจทก์ จำเลยกลับให้การใหม่ยอมรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ และศาลอุทธรณ์เห็นว่ายังสมควรลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งถึงแม้จะสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วโดยเหตุผลเพียงแต่ว่าโจทก์จะต้องสืบพยานประกอบอยู่แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าเหตุผลดังกล่าวนี้ยังไม่ถูกต้องแต่พึงพิเคราะห์ด้วยว่า คำรับสารภาพของจำเลยนั้น เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเพียงใดหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายสมพงษ์บุญล้ำ พยานโจทก์ผู้ซึ่งนำปลาหมึกไปขายอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุก็ปรากฏว่าผู้ตายทำหน้าที่ดูแลรถของแขกที่มาในการกินเลี้ยง จำเลยมาแทงผู้ตายในขณะปฏิบัติงานในหน้าที่อยู่ พยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบก่อนจำเลยรับสารภาพเป็นหลักฐานมั่นคง คงเหลือแต่แพทย์ผู้ตรวจบาดแผลแต่ผู้เดียวเท่านั้น การรับสารภาพของจำเลยพอถือได้ว่าเป็นการจำนนต่อพยานหลักฐานของโจทก์ ศาลชั้นต้นปรานีลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามนั้น ย่อมเป็นผลดีแก่จำเลยเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์แก้โทษจำคุกจำเลยและปรานีลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2514 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายหนู สุวรรณชาติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายหนู สุวรรณชาติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดวง ดีวาจิน · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ประพจน์ ถิระวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 4/2508ฎีกา 959/2531ฎีกา 225/2496ฎีกา 2365/2563ฎีกา 1837/2531ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 122/2481ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 20504/2556ฎีกา 4022/2558ฎีกา 1597/2522ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา