⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 285/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 285/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ข้อพิพาทในคดีนั้นย่อมระงับสิ้นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และคู่ความสามารถขอบังคับคดีตามสัญญาดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีแดงที่ 444/2513 โจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทกันในคดีนี้ และศาลได้พิพากษาให้บังคับคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมาว่าจำเลยยังมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทต่อไปหรือไม่นั้น จึงหมดความจำเป็นเพราะโจทก์จำเลยอาจขอบังคับคดีให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 444/2513 ได้อยู่แล้ว ศาลฎีกาให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากบ้านและที่ดินรายพิพาท จำเลยให้การว่าจำเลยได้ทำสัญญาขายฝากที่ดินและบ้านไว้กับโจทก์จริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินรายพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและขอทุเลาการบังคับคดี ศาลฎีกาได้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับคดีได้แต่ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่าในระหว่างศาลฎีกาอนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับคดีไว้นั้น บัดนี้อายุสัญญาการขายฝากทรัพย์พิพาทครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่ไถ่ถอน คดีจึงยุติ ขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีนั้นเสีย ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของโจทก์เสียก่อน ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นโดยจำเลยลงนามในคำแถลงด้วยว่าตามที่ศาลนัดไต่สวนคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งเรื่องทุเลาการบังคับคดีนั้น บัดนี้โจทก์จำเลยได้ตกลงประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งแดงที่ ๔๔๔/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ ขอให้รับไถ่ถอนการขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทกันในคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทกันในคดีนี้ และศาลได้พิพากษาให้บังคับคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้วการที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยคดีตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมาว่า จำเลยยังมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทต่อไปหรือไม่นั้นจึงหมดความจำเป็นเพราะโจทก์จำเลยอาจขอบังคับคดีให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๔๔/๒๕๑๓ ได้อยู่แล้ว จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 285/2514 นายแก้ว ณรงค์เดชกุล โจทก์ นายคร ฉิมพลี โดยนายวินิจ ตันตรรัตน์ ผู้รับมอบอำนาจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแก้ว ณรงค์เดชกุล · จำเลย - นายคร ฉิมพลี โดยนายวินิจ ตันตรรัตน์ ผู้รับมอบอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 7980/2551ฎีกา 273/2501ฎีกา 609/2526ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 1268/2515ฎีกา 8366/2557ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา