⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 309/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความฝ่ายหนึ่งยอมรับข้อเท็จจริงตามสัญญาที่อ้างมาแล้ว สัญญานั้นก็ไม่จำต้องนำมาใช้เป็นหลักฐานในคดีต่อไป

ย่อคำพิพากษา

การนำสัญญากู้มาฟ้องโดยมิได้ปิดอากรแสตมป์ซึ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 จะใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้นั้น เมื่อผู้กู้รับว่ากู้เงินไปตามสัญญาที่อ้างมาจริงแล้ว ก็ไม่จำต้องอาศัยสัญญากู้เป็นหลักฐานต่อไป ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระเงินแก่เจ้าหนี้ผู้ให้กู้ได้ (เทียบฎีกาที่ 1189/2494)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๒,๐๐๐ บาท มีกำหนดเวลา ๕ ปี โดยตกลงให้โจทก์ทำนาซึ่งจำนองไว้กับนางบุญเรือนทำกินต่างดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาแล้ว จำเลยให้นายถันทำนาแทนโจทก์และไม่ยอมชำระเงินคืน ขอให้บังคับจำเลยชำระพร้อมดอกเบี้ยนับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่านาที่ให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ยเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่โจทก์อ้าง จำเลยได้ชำระเงินกู้ ๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ และให้โจทก์ขอสัญญากู้ซึ่งอยู่ที่นางบุญเรือนคืนจำเลย แต่โจทก์เอามาคืนให้ไม่ได้และจะเอาเงินอีก ๒,๐๐๐ บาท ในวันนัดพร้อม จำเลยแถลงรับว่าได้กู้เงินโจทก์ไปตามสัญญากู้ที่โจทก์อ้างแต่ได้ชำระเงินแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินกู้พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าสัญญากู้ไม่ปิดอากรแสตมป์จะนำมาเป็นหลักฐานในคดีไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้สัญญากู้ที่โจทก์อ้างเป็นหลักฐานการกู้ยืมจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ ซึ่งจะใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ แต่จำเลยรับว่าได้กู้เงินโจทก์ไปตามสัญญาที่โจทก์อ้างจริง แต่จำเลยได้ชำระเงินไปแล้วโดยโจทก์ไม่ทำหลักฐานให้จำเลยจึงไม่มีหลักฐานมาแสดงได้เช่นนี้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ตามฟ้องและยังไม่ได้ชำระ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหนังสือสัญญากู้เป็นหลักฐานในคดีประการใด ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๘๙/๒๔๙๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2514 นายหอม สังข์ศิริ โจทก์ นายชม บุญลักษณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหอม สังข์ศิริ · จำเลย - นายชม บุญลักษณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายวุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2423/2550ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา