⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 810/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2514

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปล้นกระท่อมนาผู้เสียหาย แล้วต้อนกระบือผู้เสียหายพร้อมทั้งบังคับให้ผู้เสียหายกับพวกติดตามมาด้วย ครั้นจำเลยคุมตัวผู้เสียหายกับพวกห่างจากกระท่อมที่เกิดเหตุได้ประมาณ 40 เส้น จึงปล่อยให้ผู้เสียหายกับพวกกลับ ก่อนจะปล่อยตัวจำเลยได้ใช้ปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า 2 นัด ดังนี้ การที่จำเลยใช้ปืนยิงในภายหลังไม่ใช่เพื่อความสะดวกในการปล้น หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมอย่างใดการปล้นได้ขาดตอนไปแล้ว จึงมิใช่เป็นการยิงปืนอันต่อเนื่องกับการปล้นแต่ประการใด จะปรับเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสี่ ไม่ได้ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก ๒ คนได้ร่วมกันมีปืนเป็นอาวุธทำการปล้นเอากระบือของนายทองดี ศรีคุณชัย ไป ๔ ตัว โดยจำเลยกับพวกใช้ปืนจี้ขู่เข็ญจะทำร้ายนายทองดี ศรีคุณชัย กับนายผัน ภู่จาก และใช้ปืนยิงขู่อีกหลายนัด รุ่งขึ้นเจ้าพนักงานไปพบกระบือ ๔ ตัวของเจ้าทรัพย์ผูกอยู่ในป่า จึงได้คืนมาเป็นของกลางและจับจำเลยได้ในขณะนั้นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔, ๘๓ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๒๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกระทำการปล้นทรัพย์ผู้เสียหายจริง แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ก่อนที่จำเลยและคนร้ายจะปล่อยตัวผู้เสียหายกับพวกกลับจำเลยและคนร้ายได้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า จึงเป็นการปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงและปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยและคนร้ายต้อนกระบือ ๔ ตัวออกจากใต้ถุนกระท่อม แล้วบังคับให้ผู้เสียหายกับพวกไปส่งทาง เมื่อจำเลยและคนร้ายคุมตัวผู้เสียหายกับพวกห่างจากกระท่อมที่เกิดเหตุประมาณ ๔๐ เส้น จึงปล่อยให้ผู้เสียหายกับพวกกลับก่อนจะปล่อย คนร้ายได้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า ๒ นัด เห็นได้ว่า การที่จำเลยกับคนร้ายยิงปืนในภายหลังนั้น ไม่ใช่เพื่อความสะดวกในการปล้น หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมอย่างใด การปล้นทรัพย์ได้ขาดตอนไปแล้ว จึงมิใช่เป็นการยิงปืนอันต่อเนื่องกับการปล้นแต่ประการใด จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ให้วางโทษจำคุกจำเลย ๑๒ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2514 อัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายไหม หรือสมัย พันธ์สันต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายไหม หรือสมัย พันธ์สันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม สถิตย์ทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3144/2527ฎีกา 1176/2519ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3639/2530ฎีกา 2299/2532ฎีกา 2473/2520ฎีกา 1908/2528ฎีกา 15717/2553ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 1072/2534ฎีกา 1946/2527ฎีกา 1637/2528ฎีกา 1587-1588/2503ฎีกา 6028/2552ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 1985/2531ฎีกา 730/2509ฎีกา 2274/2525ฎีกา 4268/2552ฎีกา 947/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา