⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1142/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2515

ป.อาญา ม.334 · ป.วิ.อาญา ม.176, 185, 215 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลักพระเครื่องซึ่งเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ ได้ต่อเมื่อพระเครื่องนั้นยังคงอยู่ในฐานะอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนในขณะที่ถูกลักไป.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องหาว่าจำเลยลักพระเครื่องยอดธงที่เป็นพระพุทธรูปอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนและเจ้าทรัพย์ โดยล้วงเอาไปจากกระเป๋าเสื้อของเจ้าทรัพย์ เหตุเกิดในบริเวณวัดนิกรชนาราม จำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องเห็นได้ว่าพระเครื่องของกลางไม่อยู่ในฐานะอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนไปได้ และจำเลยได้ลักล้วงเอาไปจากกระเป๋าเสื้อของเจ้าทรัพย์เช่นนี้ แม้เหตุลักทรัพย์จะเกิดในบริเวณวัด จำเลยยังไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาธนบัตรชนิดต่าง ๆ รวม ๑๐๐ บาท กับพระเครื่องยอดธงที่เป็นพระพุทธรูปอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนและเจ้าทรัพย์ ๑ องค์ พร้อมสร้อยคอเงิน ๑ เส้น ราคา ๕๐๐ บาท ของนายเมี้ยน คงดี ไปโดยทุจริต โดยจำเลยล้วงเอาไปจากกระเป๋าเสื้อของนายเมี้ยน เหตุเกิดในบริเวณวัดนิกรชนาราม ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานีจังหวัดปัตตานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕ ทวิพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๒มาตรา ๓ และสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๖๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ จำคุก ๓ ปี รับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘คงจำคุก ๒ ปี ที่โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ ด้วยนั้น เห็นว่า พระพุทธรูปที่จำเลยลักไปนั้น มิใช่เป็นพระพุทธรูปที่สักการะบูชาของประชาชนทั่วไป หรือเป็นพระพุทธรูปที่เก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ จึงให้ยกคำขอข้อนี้ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๖๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรค ๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๓ อีกด้วย ให้ลงโทษจำเลยตามบทนี้ซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๔ ปีลดโทษเพราะมีเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา ๗๘ ให้หนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีความเห็นแย้งว่า ความผิดของจำเลยต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ เท่านั้น ควรพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงโทษจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ จะต้องเป็นพระพุทธรูปที่เป็นที่สักการะบูชาของประชาชนหรือเป็นพระพุทธรูปที่เป็นสมบัติของชาติ มิใช่เป็นพระพุทธรูปที่เป็นทรัพย์ส่วนบุคคล พระพุทธรูปของกลางในคดีนี้เป็นแต่เพียงพระเครื่องรางชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่าพระยอดธง เป็นทรัพย์ส่วนตัวของนายเมี้ยนซึ่งได้เกี่ยวไว้กับสร้อยคอเงินเพื่อใช้ห้อยคอ แต่นายเมี้ยนได้ใส่กระเป๋าเสื้อติดตัวไปเพราะนับถือว่าเป็นพระเครื่องที่คุ้มครองป้องกันอันตรายเพื่อตัวนายเมี้ยนโดยเฉพาะแม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องว่าพระเครื่องของกลางองค์นี้เป็นพระพุทธรูปอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน แต่ก็เห็นได้ว่าพระเครื่องของกลางไม่อยู่ในฐานะอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนไปได้ จึงไม่อาจถือได้ว่า พระเครื่องของกลางเป็นพระพุทธรูปที่เป็นที่สักการะบูชาของประชาชน และแม้เหตุลักทรัพย์จะเกิดในบริเวณวัดนิกรชนาราม ก็เป็นเรื่องลักทรัพย์โดยการล้วงกระเป๋าเสื้อของบุคคลตามปกติธรรมดา ไม่เป็นการลักพระพุทธรูปที่สักการะบูชาของประชาชนในวัดเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์พระพุทธรูปที่เป็นที่สักการะบูชาของประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรค ๒ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๒มาตรา ๓ อีกด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2515 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นายสุเทพ แสงทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - นายสุเทพ แสงทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายวุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุ่ม สุนทรชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9174/2551ฎีกา 5462/2539ฎีกา 12564/2547ฎีกา 1176/2492ฎีกา 2281/2545ฎีกา 2456/2516ฎีกา 12681/2558ฎีกา 2015/2547ฎีกา 4085/2545ฎีกา 6591/2537ฎีกา 2333/2516ฎีกา 6586/2557ฎีกา 1258/2542ฎีกา 8426/2559ฎีกา 2402/2529ฎีกา 7352/2549ฎีกา 798/2502ฎีกา 2486/2558ฎีกา 820/2558ฎีกา 1353/2529ฎีกา 537/2554ฎีกา 4123/2543ฎีกา 1051/2510ฎีกา 251/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา