⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 847-849/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847-849/2515

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลย 3 คนเป็นรายสำนวน ถึงแม้รวมการพิจารณาก็ตาม การคำนวณทุนทรัพย์ที่จะฎีกาได้หรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นรายสำนวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกนายลอ สิงห์งาม เป็นจำเลยที่ 1 นายซารูยี ประดับญาติจำเลยที่ 2 นายฮีม ประดับญาติ จำเลยที่ 3 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นทำนองเดียวกันว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อกล้วยหอมจากจำเลย ระหว่างทำสัญญานั้น จำเลยรับเงินมัดจำและซื้อสิ่งของเชื่อไปจากโจทก์และผู้แทนโจทก์หลายครั้ง สำนวนแรก รวมเป็นเงิน 7,934 บาท เมื่อหักค่ากล้วยที่โจทก์ซื้อจากจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,756 บาทแล้วจำเลยที่ 1 ยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ 5,178 บาท จำเลยได้เซ็นชื่อรับสิ่งของที่ซื้อเชื่อดังกล่าวไว้ ปรากฏรายละเอียดตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง สำนวนที่สอง จำเลยที่ 2 ซื้อสิ่งของเชื่อไปจากโจทก์และผู้แทนโจทก์รวมเป็นเงิน 7,535 บาท ปรากฏตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง สำนวนที่สาม จำเลยที่ 3 ซื้อสิ่งของเชื่อไปจากโจทก์เป็นเงิน 4,047 บาท ปรากฏตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสามแล้ว แต่กลับเพิกเฉย จึงมาฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้เป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาขายกล้วยให้กับโจทก์ ไม่เคยซื้อของเชื่อจากโจทก์ ไม่เคยทำเอกสารตามสำเนาท้ายคำฟ้อง และไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์มาก่อน จำเลยได้ทำสัญญาขายกล้วยหอมให้แก่บริษัทกล้วยหอมไทย จำกัด บริษัทฯ ได้จ่ายเงินบำรุงสวนแก่จำเลย เมื่อหักหนี้สินกันแล้ว จำเลยทั้งสามยังเป็นเจ้าหนี้บริษัทกล้วยหอมไทย จำกัด อยู่อีก ต่อมาบริษัทดังกล่าวเลิกล้มกิจการ โจทก์จึงอาศัยหลักฐานข้างต้นมาฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีทั้งสามสำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกันมาสำหรับจำเลยที่ 3 จำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์เรียกร้องมีจำนวนเพียง 4,047 บาท จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่ จะต้องดูทุนทรัพย์แต่ละสำนวน เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 มีเพียง 4,047 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 3 คงมีประเด็นเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847 - 849/2515 นายกิมซ้ง แซ่ตั้ง โจทก์ นายลอ สิงห์งาม จำเลย นายกิมซ้ง แซ่ตั้ง โจทก์ นายซารูยี ประดับญาติ จำเลย นายกิมซ้ง แซ่ตั้ง โจทก์ นายฮีม ประดับญาติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกิมซ้ง แซ่ตั้ง · จำเลย - นายลอ สิงห์งาม · โจทก์ - นายกิมซ้ง แซ่ตั้ง · จำเลย - นายซารูยี ประดับญาติ · โจทก์ - นายกิมซ้ง แซ่ตั้ง · จำเลย - นายฮีม ประดับญาติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดวง ดีวาจิน · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา