คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ค่าซ่อมรถและค่าอะไหล่รถมีกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันถัดจากวันปิดบัญชี
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้เปิดบัญชีค่าซ่อมรถรวมทั้งค่าเครื่องอะไหล่รถกับโจทก์ตั้งแต่ 28 กันยายน 2509 ตลอดมาจนถึงวันที่ 10พฤศจิกายน 2510โจทก์จึงปิดบัญชีคิดเงิน สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในหนี้ดังกล่าวมีกำหนดอายุความ 2 ปี และโจทก์ชอบที่จะใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันปิดบัญชีเป็นต้นไป เมื่อไม่ปรากฏว่าหลังจากนั้นจำเลยได้ทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องนั้น และเมื่อนับถึงวันฟ้องมีระยะเวลาเกินกว่า 2 ปีแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๘ จำเลยเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ไปจากโจทก์ ๑ คัน เมื่อเกิดชำรุดเสียหาย จำเลยได้นำทำการซ่อมและซื้อเครื่องอะไหล่ที่อู่ซ่อมของโจทก์ โดยโจทก์จำเลยเปิดบัญชีเงินเชื่อกันจนถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๑๐ ได้คิดเงินกันจำเลยติดค้างชำระเป็นเงิน๙,๓๕๘ บาท จำเลยได้ผ่อนชำระให้ ๖,๑๙๐ บาท คงเหลือยอดค้างอยู่อีก๓,๑๖๘ บาท โจทก์จำเลยก็เปิดบัญชีเงินเชื่อซ่อมซื้อเครื่องอะไหล่ต่อไปอีกจนถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ เมื่อคิดบัญชีค่าแรงซ่อมและซื้อเครื่องอะไหล่รวมเป็นเงิน ๗,๓๗๓ บาท รวมที่ค้างอยู่เดิมจึงเป็นเงินทั้งหมด๑๐,๕๔๑ บาท โจทก์ทวงถามจำเลยก็ผัดผ่อนเรื่อยมา จนเมื่อวันที่ ๒๔มกราคม ๒๕๑๓ โจทก์มีหนังสือทวงถาม จำเลยกลับปฏิเสธ จึงขอให้จำเลยชำระค่าเครื่องอะไหล่และค่าซ่อมรถรวมเป็นเงิน ๑๐,๕๔๑ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของโจทก์ และต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า ๒ ปีนับแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ อันเป็นวันสุดท้ายที่ปรากฏในบัญชีเงินเชื่อ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นฟังว่า หนี้ตามฟ้องขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าซ่อมรถรวมทั้งค่าเครื่องอะไหล่จากจำเลยเป็นเงิน ๑๐,๕๔๑ บาท หนี้จำนวนนี้ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องและตามคำเบิกความของโจทก์เองว่า จำเลยได้เปิดบัญชีค่าซ่อมรถและค่าเครื่องอะไหล่รถกับโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๐๙ ตลอดมาจนถึงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ โจทก์ได้ปิดบัญชีคิดเงิน จึงเห็นได้ว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์รายนี้เริ่มใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันปิดบัญชีเป็นต้นไปหลังจากนั้นโจทก์นำสืบว่าโจทก์ได้ติดตามทวงถามจำเลยให้ชำระหนี้แต่จำเลยผัดผ่อนเรื่อยไป โจทก์มีแต่ตัวโจทก์คนเดียวเบิกความถึงและจำเลยเบิกความปฏิเสธในข้อนี้ ตามพยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบยังไม่พอให้ฟังได้ว่าจำเลยได้ทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องนั้นอันเป็นเหตุให้อายุความแห่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์สะดุดหยุดลงแต่อย่างใดสิทธิเรียกร้องของโจทก์ดังกล่าวมีกำหนดอายุความสองปี และสิทธิเรียกร้องเช่นว่านี้โจทก์ชอบที่จะใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐เป็นต้นไป นับถึงวันฟ้องมีระยะเวลาเกินกว่าสองปีแล้ว โจทก์มิได้ใช้บังคับเสียภายในระยะเวลาอันกฎหมายกำหนดไว้ ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2516
นายชูชาติ สุจริตชัย โจทก์
นายประมวล พันธุ์ประสิทธิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชูชาติ สุจริตชัย · จำเลย - นายประมวล พันธุ์ประสิทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทูร เทพพิทักษ์ · จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายอำนวย สุขพรหม · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา