⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1692/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2516

ป.วิ.แพ่ง ม.21, 27, 86 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่สั่งเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีที่เกิดจากการหลงผิด ถือเป็นคำสั่งที่ศาลมีอำนาจสั่งได้ตามกฎหมาย และคู่ความสามารถอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดี ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 (1) จำเลยจึงอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งดังกล่าวนี้ได้ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเพราะศาลหลงผิดว่าโจทก์และจำเลยขาดนัดพิจารณา คำสั่งดังกล่าวย่อมไม่มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200 และถือได้ว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยหลงผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 (วรรคแรก วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2516)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.200 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำละเมิด จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิดต่อสู้คดีวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๔ ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณา นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๘ เดือนหน้า เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา พอถึงวันที่ ๒๘มิถุนายน ๒๕๑๔ นักการศาลรายงานเสนอศาลว่า นัดสืบพยานโจทก์วันนี้เวลา ๑๐ นาฬิกา ได้เรียกหาคู่ความจนถึงเวลานัดแล้ว ยังไม่มีคู่ความมาศาลศาลชั้นต้นสั่งในวันเดียวกันว่า โจทก์จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ถือว่าโจทก์จำเลยขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ครั้นถึงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานเสนอต่อศาลว่า โจทก์จำเลยมาศาลวันนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๔ นั้นตรวจดูบัญชีนัดของศาลแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้นัดคดีไว้ในวันนั้น คงมีนัดไว้แต่ที่หน้าปกสำนวนและในบัญชีลอยของศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งว่าเป็นการสั่งจำหน่ายคดีผิดพลาดไป เห็นสมควรเพิกถอน และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔ โจทก์ยื่นคำร้องว่า คำสั่งจำหน่ายคดีไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนและสั่งดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้สั่งเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีแล้ว และศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาคดีนี้ เวลา ๑๓.๓๐ น. โจทก์ขอเลื่อนคดี จำเลยไม่คัดค้าน ศาลให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์วันอื่นแล้ว จำเลยแถลงคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ว่าคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งที่ทำให้คดีเสร็จไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ (๒), ๑๓๒(๒)และมาตรา ๒๐๐ คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๗ ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ ที่จะสั่งเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดี ขอให้ยกคำร้องของโจทก์ และให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้นัดสืบพยานโจทก์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยไม่ได้ขาดนัดพิจารณา หาใช่เป็นการจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ (๒)และมาตรา ๑๓๒ (๒) ไม่ พิพากษายืน ค่าทนายชั้นอุทธรณ์เป็นพับ จำเลยฎีกาขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้มีการพิจารณาคดีใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า จำเลยจะอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีได้หรือไม่ ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาข้อนี้โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว มีมติว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้แล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งใหม่ให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีเช่นนี้ไม่เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๑) จำเลยจึงอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งดังกล่าวนี้ได้ คดีได้ความดังกล่าวข้างต้น ฟังได้แน่นอนว่าศาลชั้นต้นไม่ได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๔ ที่ศาลชั้นต้นว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายขาดนัดพิจารณาและสั่งให้จำหน่ายคดีในวันที่กล่าว เป็นคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยที่โจทก์จำเลยไม่ได้ขาดนัดพิจารณา จึงเป็นคำสั่งให้จำหน่ายคดีเพราะศาลหลงผิด ไม่มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๐และถือได้ว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยหลงผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2516 นายซ้าย บุญอำนวย โจทก์ นายอำพล เส้งวัน ที่ 1 นายสมใจ หมื่นรักษ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซ้าย บุญอำนวย · จำเลย - นายอำพล เส้งวัน ที่ 1 นายสมใจ หมื่นรักษ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายแสวง เสริมศักดิ์สกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 21848/2555ฎีกา 280/2530ฎีกา 9028/2542ฎีกา 1645/2549ฎีกา 6025/2538ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2194/2552ฎีกา 528/2470ฎีกา 1572/2511ฎีกา 8366/2557ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1091/2480ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 3474/2538ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา