⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2498/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อข้อเท็จจริงที่ต้องวินิจฉัยในคดีแพ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ได้มีการวินิจฉัยโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาแล้ว ศาลในคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญานั้น * คู่ความที่เคยดำเนินคดีในศาลแล้ว หากกลับมาฟ้องคดีใหม่ในประเด็นเดียวกัน โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งเดียวกันเป็นคู่ความ ถือว่าเป็นคู่ความเดียวกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เคยฟ้อง พ. ในฐานะนายอำเภอเป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกงและปลอมหนังสืออันเกี่ยวด้วยที่พิพาทแปลงนี้มาแล้ว คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ. ไม่ได้ฉ้อโกงโจทก์ และหนังสือสัญญาดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริงซึ่งโจทก์ทำขึ้นด้วยความสมัครใจโดยมิได้มีการหลอกลวงหรือหลงผิด แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ในคดีนี้โจทก์ฟ้อง น.ปลัดอำเภอโทในฐานะรักษาการแทนนายอำเภอเป็นคดีส่วนแพ่งว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินขอให้พิพากษาว่าหนังสือสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ ดังนั้น จำเลยในคดีส่วนอาญาและส่วนแพ่งจึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งเดียวกันคือนายอำเภอ เมื่อโจทก์ได้ฟ้องนายอำเภอเป็นคดีแพ่งอีกในปัญหาเดียวกัน คู่ความทั้งสองคดีจึงเป็นคู่ความเดียวกัน และเป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาและในคดีนี้ศาลก็ต้องอาศัยหนังสือสัญญาทั้งสองฉบับเป็นหลักในการพิพากษา ศาลในคดีส่วนแพ่งจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีส่วนอาญาว่า หนังสือสัญญาดังกล่าวข้างต้นชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับแก่คู่กรณีได้โดยไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป ในสัญญาทั้งสองฉบับโจทก์ยอมรับรองโดยชัดแจ้งแล้วว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ โจทก์จะกลับมาอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของอีกย่อมรับฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและมีสิทธิครอบครองที่ดินสองแปลงอยู่ตำบลป่าตอง ฯลฯ ที่ดินแปลงแรกใช้ปลูกบ้าน แปลงที่สองเป็นสวนมะพร้าวเดิมที่ดินทั้งสองแปลงเป็นของนายเหื้องที่ซื้อมาจากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดภูเก็ต นายเหื้องได้ยกที่ดินทั้งสองแปลงตีชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาจนบัดนี้เป็นเวลา ๒๘ ปีแล้วนายพาทย์นายอำเภอกะทู้ได้ขอทำถนนผ่านเข้าไปในที่ดินแปลงที่สอง โจทก์ยินยอม ได้ทำสัญญากันเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๐๙ โดยโจทก์เข้าใจว่าเป็นสัญญาตกลงทำถนนเข้าไปในที่ดินของโจทก์และกำหนดชดใช้ค่าต้นมะพร้าวที่ถูกโค่นทำถนนต่อมาโจทก์ทราบว่าหนังสือสัญญาดังกล่าวมีข้อความว่าโจทก์ยินยอมรับรองว่าที่ดินแปลงที่สองทั้งหมดเป็นที่สาธารณะ แต่ให้โจทก์มีสิทธิเก็บกินต่อไปชั่วลูกหลาน ซึ่งไม่ตรงต่อเจตนาของโจทก์ โจทก์ลงชื่อไปด้วยสำคัญผิด สัญญาจึงตกเป็นโมฆะ สัญญาอีกฉบับหนึ่งลงวันที่ ๙ มิถุนายน๒๕๐๙ มีข้อความทำนองเดียวกันซึ่งโจทก์ไม่เคยตกลงและไม่เคยลงชื่อในสัญญาต่อมาจำเลยอาศัยสัญญาดังกล่าวออกคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง หนังสือสัญญาทั้งสองฉบับเป็นโมฆะ และเพิกถอนคำสั่งนายอำเภอกะทู้ที่ ๑๓/๒๕๑๔ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน นายเหื้องขายเฉพาะที่ดินแปลงแรกที่ใช้ปลูกบ้านให้แก่โจทก์ แต่ไม่เคยขายที่พิพาทหนังสือสัญญาฉบับแรกโจทก์เข้าใจดีมิได้สำคัญผิด สัญญาฉบับหลังทำขึ้นณ ที่ว่าการอำเภอรับรองว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะอีก สัญญาทั้งสองฉบับจึงไม่เป็นโมฆะ คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งโจทก์เคยฟ้องนายพาทย์อดีตนายอำเภอกระทู้ฐานฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเด็ดขาดแล้วว่าตามสภาพและขนาดเช่นนี้เชื่อได้ว่าที่พิพาทเป็นที่ดินสาธารณะ และโจทก์ได้ทำสัญญาฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๐๙ จริงตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๐/๒๕๑๔ ระหว่าง ฯลฯ ข้อเท็จจริงต้องฟังตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญา คำสั่งของจำเลยที่ ๑๓/๒๕๑๔ จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย คู่ความรับกันว่า ที่พิพาทในคดีนี้เป็นที่แปลงเดียวกับที่ดินในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๗๖/๒๕๑๑ ของศาลจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนายพาทย์นายอำเภอกะทู้ถูกโจทก์ในคดีนี้ฟ้องหาว่าฉ้อโกงที่พิพาทและปลอมหนังสือฉบับลงวันที่ ๙มิถุนายน ๒๕๐๙ ซึ่งโจทก์รับรองว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาว่าหนังสือลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๐๙ เป็นเอกสารที่แท้จริง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า หนังสือสัญญาทั้งสองฉบับโจทก์รู้และเข้าใจข้อความดีจึงยอมลงชื่อให้ โจทก์มิได้เข้าใจผิดในสารสำคัญ ๆแห่งนิติกรรม สัญญาทั้งสองฉบับจึงไม่เป็นโมฆะ เมื่อโจทก์ยอมรับว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ จำเลยจึงมีอำนาจออกคำสั่งให้โจทก์ออกจากที่พิพาทได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทแปลงนี้โจทก์เคยฟ้องนายพาทย์นายอำเภอกะทู้เป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกงและปลอมหนังสือฉบับลงวันที่ ๙มิถุนายน ๒๕๐๙ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๗๖/๒๕๑๑ คดีถึงที่สุดซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่านายพาทย์ไม่ได้ฉ้อโกงโจทก์และหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๐๙ เป็นเอกสารอันแท้จริง และพิพากษายกฟ้องโจทก์คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินและขอให้พิพากษาว่าหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ ๗ และ ๙ มิถุนายน ๒๕๐๙ระหว่างโจทก์กับนายพาทย์เป็นโมฆะ ในคดีอาญาโจทก์ฟ้องนายพาทย์ในฐานะนายอำเภอกะทู้ ในคดีนี้โจทก์ฟ้องนายนิยมปลัดอำเภอโทในฐานะรักษาการในตำแหน่งนายอำเภอกะทู้ ฉะนั้น จำเลยทั้งในคดีส่วนอาญาและส่วนแพ่งก็เป็นผู้ดำรงตำแหน่งเดียวกันคือนายอำเภอกะทู้ เมื่อโจทก์ได้ฟ้องนายอำเภอกะทู้ในคดีอาญาแล้วกลับมาฟ้องในคดีแพ่งอีกในปัญหาเดียวกัน คู่ความทั้งสองคดีจึงเป็นคู่ความเดียวกันและเป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา คดีนี้ต้องอาศัยหนังสือสัญญาทั้งสองฉบับเป็นหลักในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งแต่ปัญหานี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๗๖/๒๕๑๑ของศาลจังหวัดภูเก็ตแล้ว คดีจึงไม่จำเป็นต้องให้คู่ความสืบพยานต่อไป ข้อเท็จจริงตามหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๐๙ ข้อ ๓และฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๐๙ ข้อ ๑ โจทก์ยอมรับรองว่าที่พิพาทเป็นที่ดินสาธารณะแล้วโดยชัดแจ้ง โจทก์จะกลับมาอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของอีกย่อมรับฟังไม่ได้ และหนังสือสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคดีส่วนอาญาแล้วว่า โจทก์กระทำขึ้นด้วยความสมัครใจ ไม่มีการหลอกลวงหรือหลงผิดแต่อย่างใด หนังสือสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับแก่คู่กรณีได้ จำเลยเป็นปลัดอำเภอรักษาราชการแทนนายอำเภอมีหน้าที่ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ย่อมมีอำนาจออกคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากที่พิพาทได้ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2516 นายกิ้ม กี่สิ้น โจทก์ นายนิยม ถิ่นพังงา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกิ้ม กี่สิ้น · จำเลย - นายนิยม ถิ่นพังงา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุขุม จันทวัฒน์ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ถนอม ครูไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชัย โมไนยกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 609/2522ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2718/2538ฎีกา 7201/2568ฎีกา 70/2518ฎีกา 713/2512ฎีกา 591/2513ฎีกา 1948/2520ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 3803/2538ฎีกา 533/2521ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 6354/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา