⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 288/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเป็นพนักงานสอบสวนตามกฎหมายล้มละลาย ก็ไม่ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการสอบสวนกรณีเดียวกัน และผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเองได้หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ดำเนินการ

ย่อคำพิพากษา

แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 160จะบัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย ก็ไม่เป็นการตัดอำนาจพนักงานสอบสวนที่จะสอบสวนกรณีเดียวกันนี้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะสอบสวนผู้ใด หรือจะมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ผู้ใดเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเฉพาะหากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ดำเนินการสอบสวน ผู้เสียหายก็ชอบที่จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดได้ด้วยตนเอง จะบังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนหรือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ผู้นั้นผู้นี้หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.160

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ในระหว่างดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว และเป็นกรรมการเจ้าหนี้ ยื่นคำร้องว่า ขณะจำเลยประกอบธุรกิจประกันชีวิต จำเลยไม่มีบัญชีย้อนหลังขึ้นไป ๓ ปี นับแต่วันถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด กรรมการของบริษัททุกคนมีความผิดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๖๗, ๑๗๕(๒)ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้สอบสวนดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการทุกคนของบริษัทจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแต่อ้างว่ายังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ ขอมอบให้ผู้ร้องไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และกลับมอบอำนาจให้ผู้ร้องไปร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับนายวิกุล บูรณพิพัฒน์ กรรมการของบริษัทจำเลยผู้เดียว ผู้ร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งว่า เห็นสมควรให้ร้องทุกข์เท่าที่ปรากฏในใบมอบอำนาจทั้งกรรมการเจ้าหนี้มีอำนาจร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ในฐานะผู้เสียหาย ไม่ต้องอาศัยอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และให้ยกคำร้อง ผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการทุกคนของบริษัท หรือให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มอบอำนาจใหม่ให้ผู้ร้องมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการทุกคนของบริษัทจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า การที่ผู้ร้องขอให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ใดนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่จำต้องปฏิบัติตาม แต่มีอำนาจพิจารณาให้แน่ชัดเสียก่อน ทางสอบสวนปรากฏว่านายวิกุลมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบแต่ผู้เดียวในการดำเนินการของบริษัท ส่วนกรรมการอื่นไม่ได้เข้าไปดำเนินการของบริษัทจำเลย ผู้ร้องจะให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปร้องทุกข์กล่าวโทษผู้อื่นยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าได้กระทำผิด ย่อมเป็นสิ่งที่ขัดต่อเหตุผลและไม่อาจกระทำได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ร้องมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่กรรมการของบริษัทจำเลยทุกคน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓มาตรา ๑๖๐ จะบัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นพนักงานสอบสวนในกรณีที่มีเหตุควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำผิดในทางอาญาเกี่ยวกับการล้มละลาย ก็ไม่เป็นการตัดอำนาจของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่จะสอบสวนกรณีเดียวกันนี้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะสอบสวนผู้ใด หรือมอบอำนาจให้ไปร้องทุกข์ผู้ใดอยู่ในดุลพินิจและเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเฉพาะเท่านั้นหากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ดำเนินการสอบสวนผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ก็ชอบที่จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว จะมาบังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนหรือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ผู้นั้นผู้นี้หาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2516 นางสุมาลี ดวงรัตน์ ที่ 1 หม่อมหลวงนาทกร นพวงศ์ ที่ 2 เด็กชายกำจัด วิเศษ โดยนางสนิท วิเศษ มารดาผู้ปกครองที่ 3 โจทก์ บริษัทประกันชีวิตบูรพา จำกัด โดยนายพิสิทธิ์ อังศุนาค นายทวี จันทโชติ นายจรัล ประดับพงศ์ ผู้ชำระบัญชี จำเลย นายเสมา รัตนมาลัย เจ้าหนี้ผู้ร้อ

รายละเอียดคดี

คู่ความวิเศษ - นางสุมาลี ดวงรัตน์ ที่ 1 หม่อมหลวงนาทกร นพวงศ์ ที่ 2 เด็กชายกำจัด · โจทก์ - โดยนางสนิท วิเศษ มารดาผู้ปกครองที่ 3 · จันทโชติ - บริษัทประกันชีวิตบูรพา จำกัด โดยนายพิสิทธิ์ อังศุนาค นายทวี · จำเลย - นายจรัล ประดับพงศ์ ผู้ชำระบัญชี · เจ้าหนี้ผู้ร้อ - นายเสมา รัตนมาลัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · เพรียบ หุตางกูร · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช จรมาศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 300/2501ฎีกา 6968/2537ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 730/2486ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 3423/2548ฎีกา 5219/2534ฎีกา 4195/2558ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8537/2553ฎีกา 2709/2536ฎีกา 44/2549ฎีกา 125/2485ฎีกา 1106/2499ฎีกา 5212/2552ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 2350/2536ฎีกา 45/2484ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 15274/2553ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา