คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 357/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะหลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีแล้ว หากศาลชั้นต้นยังไม่สั่งรับฎีกา คดียังอยู่ในอำนาจศาลชั้นต้นที่จะวินิจฉัยสั่งได้
* การจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา 42 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จะกระทำได้เมื่อคู่ความมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลนั้นเอง
ย่อคำพิพากษา
การร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะหลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีแล้วนั้น เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่สั่งรับฎีกาของคู่ความฝ่ายที่มรณะ คดีย่อมยังอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะวินิจฉัยสั่งได้
การที่ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา 42แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น จะต้องเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลนั้นเองเมื่อคู่ความมรณะระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์ เป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งจำหน่ายคดี จนกระบวนพิจารณาได้ผ่านจากชั้นศาลอุทธรณ์มาเป็นกระบวนพิจารณาชั้นศาลฎีกาโดยศาลชั้นต้นได้สั่งให้ทายาทของผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่และได้สั่งรับฎีกาแล้ว ย่อมมิใช่เป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา ศาลฎีกาจะสั่งจำหน่ายคดีมิได้
(วรรคท้าย วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 40/2515)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๖ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครอง และให้ขับไล่จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป
จำเลยที่ ๑, ๒, ๓, ๕ และ ๘ ต่อสู้คดี
จำเลยที่ ๔, ๖, ๗ และ ๙ ขาดนัดยื่นคำให้การ และจำเลยที่ ๗ขาดนัดพิจารณาด้วย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๖ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองให้ขับไล่จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปและห้ามจำเลยทั้งหมดเข้าเกี่ยวข้อง
จำเลยที่ ๑, ๒, ๓, ๕ และ ๘ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๒๓กรกฎาคม ๒๕๑๓ ต่อมาจึงปรากฏว่าจำเลยที่ ๕ ตายตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๑ นางเชื้อ ทรัพย์สาร บุตรสาว จำเลยที่ ๕ ร้องขอรับมรดกความแทนจำเลยที่ ๕ ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ โดยนางเชื้อ ทรัพย์สารผู้รับมรดกความและที่ ๘ ฎีกา
โจทก์แก้ฎีกาและคัดค้านมาในคำแก้ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งเรื่องรับมรดกความ เพราะเป็นกระบวนพิจารณาในชั้นฎีกา และผู้ร้องได้ร้องขอเข้ามาเมื่อจำเลยที่ ๕ ตายเกิน ๑ ปี แล้วศาลต้องสั่งจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ วรรค ๒ ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๔๙/๒๕๐๘
ในปัญหาตามคำแก้ฎีกาของโจทก์ ข้อเท็จจริงได้ความว่า นางเชื้อทรัพย์สาร ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ พร้อมกับยื่นฎีกามาฉบับเดียวกันกับจำเลยที่ ๑, ๒, ๓ และ ๘ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ ๑, ๒, ๓ และ ๘ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ ๕ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจะสั่งต่อเมื่อได้ไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่สั่งรับฎีกาของจำเลยที่ ๕คดีจึงยังอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะวินิจฉัยสั่งเรื่องนางเชื้อ ทรัพย์สาร ผู้ร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ ได้
มีปัญหาต่อไปว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งให้นางเชื้อ ทรัพย์สารผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ และรับฎีกาของนางเชื้อ ทรัพย์สาร แล้ว ศาลฎีกาจะต้องสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๕ ออกจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ วรรค ๒ เพราะผู้ร้องร้องขอเข้ามาเมื่อจำเลยที่ ๕ มรณะเกินกว่าหนึ่งปีแล้วหรือไม่
ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาข้อนี้โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าการที่ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา ๔๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นจะต้องเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลนั้นเองสำหรับคดีนี้ จำเลยที่ ๕ มรณะระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์แม้จะเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปี ก็ไม่ปรากฏว่ามีการจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๕ในชั้นศาลอุทธรณ์แต่อย่างใดกระบวนพิจารณาได้ผ่านจากชั้นอุทธรณ์มาเป็นกระบวนพิจารณาชั้นศาลฎีกา โดยศาลชั้นต้นได้สั่งให้นางเชื้อ ทรัพย์สาร ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ ผู้มรณะ และได้สั่งรับฎีกาของผู้ร้องแล้วจึงมิใช่เป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา ศาลฎีกาจะสั่งจำหน่ายคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ มิได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๔๙/๒๕๐๘ ระหว่างนายสงวน วิทยวิภาต โจทก์ นางหมุยยู้ แซ่โค้ว จำเลย ซึ่งโจทก์อ้างประกอบข้อคัดค้านนั้น รูปคดีไม่ตรงกันกับคดีนี้
สำหรับประเด็นในเนื้อหาแห่งคดี ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยกับสองศาลล่าง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 357/2516
นางทองหล่อ ทรัพย์สาร โจทก์
นายแหยม ทรัพย์สาร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองหล่อ ทรัพย์สาร · จำเลย - นายแหยม ทรัพย์สาร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายดำรง สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา