คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยลงชื่อในใบเบิกเงินสำรองล่วงหน้าให้โจทก์ไปรับเงินโดยมิได้ลงวันที่ หมายความว่าโจทก์มีสิทธิเบิกเงินได้ภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบเบิกนั้น และการกระทำดังกล่าวถือเป็นการยอมรับชำระหนี้ เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยลงชื่อในใบเบิกเงินสำรองล่วงหน้าให้โจทก์ไปรับเงินค่าโฆษณาภาพยนตร์ในเดือนมีนาคม 2510 โดยมิได้ลงวันที่หมายความว่าโจทก์จะนำใบเบิกดังกล่าวไปเบิกเงินในวันใดภายในเดือนมีนาคม 2510. แม้จะเป็นวันสุดท้ายของเดือนก็ได้ ดังนี้กำหนดเวลาสิ้นสุดที่จะเบิกเงินจึงถือเอาวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2510
การที่จำเลยลงชื่อในใบเบิกเงินสำรองมอบให้โจทก์ไปรับเงินค่าโฆษณาเท่ากับจำเลยยอมชำระค่าจ้างตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ ถือได้ว่าอายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172,181 และเริ่มนับอายุความ 2 ปี ตาม มาตรา 165(7) ใหม่ตั้งแต่วันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2510 ซึ่งเป็นกำหนดเวลาสิ้นสุดที่จะเบิกเงินตามใบเบิกเงินสำรองนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์ให้ทำการโฆษณาภาพยนตร์โจทก์ทำการโฆษณาตามที่ตกลงกับจำเลยครบถ้วนแล้ว จำเลยได้เซ็นใบเบิกเงินสำรองล่วงหน้าให้แก่โจทก์เมื่อเดือนมีนาคม 2510 เพื่อให้โจทก์ไปขอรับเงินจากบริษัทวัชรภาพยนต์ จำกัด เป็นการชำระหนี้ค่าโฆษณาภาพยนตร์ดังกล่าว แต่บริษัทวัชรภาพยนตร์ปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์ทวงถาม จำเลยก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เป็นผู้อำนวยการสร้างและเจ้าของภาพยนตร์ ดังกล่าว ไม่เคยว่าจ้างโจทก์ให้ทำการโฆษณาภาพยนตร์ ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นของบริษัทวัชรภาพยนตร์ จำกัด และบริษัทนั้นเป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ให้ทำการโฆษณา การที่บริษัทวัชรภาพยนตร์ จำกัด ปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ชอบที่จะไปเรียกร้องเอาจากบริษัทวัชรภาพยนตร์ จำกัด โจทก์ไม่มีสิทธิมาเรียกร้องเอาจากจำเลย จำเลยไม่เคยได้รับการทวงถามและคดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยต้องรับผิดค่าว่าจ้างโฆษณาภาพยนตร์ตามฟ้องคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยเป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ให้ทำการโฆษณาภาพยนตร์รายนี้ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าจ้างแก่โจทก์ส่วนประเด็นที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่าจำเลยลงชื่อในใบเบิกเงินสำรองล่วงหน้าให้โจทก์ไปรับเงินค่าโฆษณาภาพยนตร์รายนี้จากบริษัทวัชรภาพยนตร์ จำกัด ก่อนเดือนมีนาคม 2510 แต่ลงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2510 ไว้ โดยมิได้ลงวันที่ซึ่งหมายความว่าโจทก์จะทำใบเบิกดังกล่าว ไปเบิกเงินในวันใดภายในเดือน มีนาคม แล้วนั้น วันสุดท้ายของเดือนคือวันที่ 31 ก็ได้ ดังนี้ กำหนดเวลาสิ้นสุดที่จะเบิกเงินจึงถือเอาวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2510 แม้โจทก์จะได้นำใบเบิกสำรองไปเบิกเงินครั้งหนึ่งแล้ว ในเดือนมีนาคม 2510 แต่สิทธิของโจทก์ยังมีอยู่จนถึงวันสุดท้ายของเดือนมีนาคมนั้น การที่จำเลยลงชื่อในใบเบิกเงินสำรองมอบให้โจทก์ไปรับเงินค่าโฆษณานั้นเท่ากับจำเลยยอมชำระค่าจ้างตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ ถือได้ว่าอายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172, 181 และเริ่มนับอายุความ 2 ปี ตามมาตรา 165(7) ใหม่ ตั้งแต่วันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2510 มิใช่นับแต่วันที่การโฆษณาเสร็จสิ้นลง คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2516
นายบรรยง เสนาลักษณ์ หรือเทิ่ง สติเฟื่อง โดย โจทก์
นางสาวสิริมา เดชะสวัสดิ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นางพงษ์ลดา พิมลพรรณ หรือผกา นุตเสน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบรรยง เสนาลักษณ์ หรือเทิ่ง สติเฟื่อง โดย · โจทก์ - นางสาวสิริมา เดชะสวัสดิ์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางพงษ์ลดา พิมลพรรณ หรือผกา นุตเสน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเมธ ทิพยมนตรี · วินัย ทองลงยา · ประพจน์ ถิระวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา