⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1207/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำเบิกความของพยานที่ขัดแย้งกันเอง จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ หากศาลสั่งงดสืบพยานโดยอาศัยคำเบิกความที่ขัดแย้งกันเอง ถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีมีประเด็นข้อพิพาทตามคำฟ้องคำให้การว่า จำเลยซื้อที่พิพาทจากโจทก์ หรือโจทก์มอบที่พิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ในการวินิจฉัยคดีนั้น ศาลจะเชื่อประการใดก็โดยอาศัยข้อเท็จจริงจากการนำสืบของคู่ความซึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ลำพังแต่คำเบิกความของโจทก์ผู้เดียว ซึ่งเบิกความตอบทนายโจทก์และตอบทนายจำเลยไม่ตรงกัน จะฟังเป็นความจริงเป็นดังที่ตอบทนายโจทก์หรือทนายจำเลยประการหนึ่งประการใดย่อมไม่ได้ ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย โดยฟังคำเบิกความของโจทก์คนเดียวซึ่งเบิกความตอบทนายโจทก์และตอบทนายจำเลยไม่ตรงกัน แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์หมดสิทธิฟ้องจำเลย และพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียนั้น จึงเป็นการมิชอบด้วยวิธีพิจารณาความศาลสูงย่อมย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานของคู่ความต่อไปจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กู้เงินนายแวว ๑,๐๐๐ บาท แล้วมอบนาของโจทก์ให้ทำกินต่างดอกเบี้ยไม่มีกำหนดไถ่คืน นายแววทำกิน ๑ ปี ก็ขอคืนนาให้โจทก์และขอเงินกู้คืน โจทก์ไม่มีเงินโจทก์อนุญาตให้นายแววเอาที่นานี้ไปประกันเงินกู้จำเลยซึ่งนายแววกู้มา ๔๐๐ บาท แล้วมอบนาของโจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ย โดยรู้เห็นยินยอมทั้งสามคนและตกลงกันว่าหากโจทก์จะเอาที่นาคืนก็ให้ใช้เงินจำเลย ๔๐๐ บาท อีก ๖๐๐ บาท โจทก์ต้องคืนนายแวว ประมาณตุลาคม ๒๕๑๕ นำเงินกู้ไปคืนจำเลย ๔๐๐ บาท จำเลยไม่ยอมรับและคืนนาให้โจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรับเงินและส่งมอบนาคืนโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อนาพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าจากโจทก์ จำเลยครอบครองเกิน ๑ ปี ตกเป็นของจำเลย เมื่อสืบตัวโจทก์เสร็จ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยานของคู่ความ พิพากษาว่าเมื่อโจทก์ฟ้องเกิน ๑ ปี จึงหมดสิทธิฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปจนสิ้นกระแสความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นแห่งคดีมีว่า จำเลยซื้อที่พิพาทจากโจทก์หรือว่าโจทก์มอบที่พิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยซึ่งการวินิจฉัยคดีศาลจะเชื่อว่าเป็นประการใด ต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากการนำสืบของคู่ความซึ่งเสร็จสิ้นแล้ว อนึ่ง ลำพังแต่คำเบิกความของโจทก์ผู้เดียว ซึ่งเบิกความตอบทนายโจทก์และตอบทนายจำเลยไม่ตรงกัน กล่าวคือ ในตอนแรกเบิกความตอบทนายโจทก์ว่า โจทก์ได้ไปขอไถ่ที่พิพาทจากจำเลยเมื่อเดือน ๑๑ ปีที่แล้ว (พ.ศ. ๒๕๑๕) ครั้นตอบคำถามค้านของทนายจำเลยกลับว่า โจทก์ได้ไปขอไถ่เมื่อ ๒ - ๓ ปีก่อน (ฟ้องคดี) แต่จำเลยไม่ยอมให้ไถ่ โดยอ้างว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว ถ้าอยากได้คืนให้ฟ้องเอาเพียงเท่านี้จะฟังว่าความจริงเป็นดังที่ตอบทนายโจทก์หรือทนายจำเลยประการหนึ่งประการใดย่อมไม่ได้ และต้องฟังจากพยานหลักฐานอย่างอื่นที่คู่ความจะนำสืบต่อไป แล้วจึงจะวินิจฉัยได้ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกคืนซึ่งการครอบครองจากจำเลยได้หรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของคู่ความแล้วพิพากษาคดี โดยมิให้โอกาสแก่คู่ความสืบพยานฝ่ายของตนให้เสร็จสิ้นเนื้อถ้อยกระทงความดังกล่าวเสียก่อน เป็นการมิชอบด้วยวิธีพิจารณาความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2517 นายขอด ป้อมมาตา โจทก์ นายชา เหลาดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขอด ป้อมมาตา · จำเลย - นายชา เหลาดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสีห์ คลายนสูตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 2135/2518ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 62/2539ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา