⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1277/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความเดิม เพียงแต่สิทธิของตนถูกโต้แย้ง ก็มีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามได้ เพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตน.

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1)บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความเดิม เพียงแต่สิทธิถูกโต้แย้งก็มีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามได้ ผู้ร้องร้องเข้ามามีใจความสำคัญว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลยได้ เพราะจำเลยได้ทำนิติกรรมโอนขายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้รับโอนพร้อมทั้งชำระเงินให้แก่จำเลยเรียบร้อยแล้ว การฟ้องคดีของโจทก์เป็นการโต้แย้งคัดค้านข้อกล่าวหาของผู้ร้องเกี่ยวกับการรับโอนสิทธิการเช่าตึกรายเดียวกันว่า เมื่อจำเลยได้ตกลงยอมโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่ผู้ร้องไปแล้วนั้นโจทก์ยังจะคงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ได้หรือไม่ ดังนี้ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอดเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถว ๒ ชั้น จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต่อมาจำเลยได้เสนอขอโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวแก่โจทก์เรียกค่าตอบแทนเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีข้อแม้ว่าจำเลยจะจัดการให้บุคคลที่อยู่ในตึกพิพาทออกไปก่อน โจทก์สนองรับข้อเสนอ ต่อมาจำเลยฟ้องขับไล่นายไพฑูรย์ ซึ่งเป็นบุคคลอยู่ในห้องพิพาท และทำสัญญายอมความกันในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๐๗/๒๕๑๕ ของศาลจังหวัดนครปฐมใจความว่า นายไพฑูรย์จะขนย้ายออกไปจากตึกพิพาทภายใน ๓ ตุลาคม ๒๕๑๕ ครบกำหนด จำเลยกลับยอมให้นายไพฑูรย์อยู่ต่อไป ครั้น ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๕ จำเลยยังทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่นางวรรัตน์ เวศวรุตม์ ด้วยเป็นการผิดสัญญา ขอให้ศาลบังคับจำเลยจัดการบังคับนายไพฑูรย์ออกจากตึกแถวพิพาทตามสัญญายอมความในสำนวนคดีดังกล่าว บังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยให้การว่า เดิมนายไพฑูรย์มีสิทธิเช่าห้องพิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ต่อมาได้มากู้ยืมเงินจำเลยและทำหลักฐานให้จำเลยมีสิทธิไปขอรับโอนห้องเป็นของจำเลยเพื่อประกันหนี้ จำเลยจึงไปขอรับโอนสิทธิการเช่าเป็นของจำเลย ต่อมาจำเลยมีความจำเป็นต้องใช้เงินจึงเสนอขอโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ในอัตรา ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์มิได้ตอบสนองภายใน ๓๐ วัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ต่อมานายไพฑูรย์ชำระหนี้ให้จำเลย จำเลยจึงโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้นายไพฑูรย์ โดยโอนให้บุคคลที่นายไพฑูรย์ประสงค์จะให้รับโอน ก่อนสืบพยานโจทก์ นางวรรัตน์ เวศวรุตม์ โดยนายไพฑูรย์ ผู้รับมอบอำนาจได้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความว่า ผู้ร้องสอดเป็นคู่สัญญากับจำเลย จำเลยตกลงยินยอมโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้ผู้ร้อง ผู้ร้องชำระเงินค่าตอบแทนให้แก่จำเลยโดยสุจริตไปแล้ว ผู้ร้องขอร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้เป็นฝ่ายที่สาม เพื่อให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับให้โจทก์ถอนเรื่องราวการขอรับโอนสิทธิในการเช่าตึกแถวพิพาทที่ยื่นไว้ต่อสำนักงานทรัพย์สินฯ และพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขอรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลย เพราะจำเลยทำนิติกรรมโอนให้ผู้ร้องแล้วห้ามโจทก์เกี่ยวข้องตึกพิพาทต่อไป ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นรายเดือนเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ผู้ร้องเข้ามาในคดี จนกว่าคดีนี้จะถึงที่สุด ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องสอดของผู้ร้อง ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๗(๑) บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความเดิม เพียงแต่สิทธิถูกโต้แย้งก็มีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามได้ คดีนี้ นางวรรัตน์ เวศวรุตม์ ได้ร้องสอดเข้ามามีใจความสำคัญว่าการโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทตามที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลยได้ เพราะจำเลยได้ทำนิติกรรมโอนขายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้รับโอนพร้อมทั้งชำระเงินให้แก่จำเลยเรียบร้อยแล้ว การฟ้องคดีของโจทก์นี้เป็นการโต้แย้งคัดค้านข้อกล่าวหาของผู้ร้องเกี่ยวกับการรับโอนสิทธิการเช่ารายเดียวกันว่า เมื่อจำเลยได้ตกลงยอมโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่ผู้ร้องไปแล้วนั้น โจทก์ยังจะคงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่านั้นให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ กรณีเช่นนี้ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอดเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามอนุมาตรา (๑) ของมาตรา ๕๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินคดีต่อไปตามกระบวนความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2517 ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด โจทก์ นายประเสริฐ สะสมทรัพย์ จำเลย นางวรรัตน์ เวศวรุตม์ ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด · จำเลย - นายประเสริฐ สะสมทรัพย์ · ผู้ร้องสอด - นางวรรัตน์ เวศวรุตม์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 1798/2506ฎีกา 943/2513ฎีกา 6239/2551ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 8119/2540ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2962/2543ฎีกา 573/2500ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2160/2518ฎีกา 4085/2559ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 426/2501ฎีกา 374/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา