⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2067/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2067/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าถึงแก่ความตาย สัญญาเช่าอันเป็นสิทธิเฉพาะตัวย่อมระงับสิ้นไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าที่ดินคืนโจทก์ศาลล่างพิพากษาตามฟ้อง แต่ปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยได้ถึงแก่กรรมบุตรจำเลยได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย เมื่อจำเลยซึ่งในระหว่างพิจารณายังมีชื่อเป็นผู้เช่าที่ดินได้ถึงแก่กรรมไปแล้วเช่นนี้ สัญญาเช่าอันเป็นสิทธิเฉพาะตัวย่อมระงับสิ้นไป การที่จะบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ย่อมไม่อาจทำได้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยต่อไป ศาลฎีกาย่อมสั่งจำหน่ายคดีเสีย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และได้ปลูกเรือนไม้ขึ้น ๒ หลัง โจทก์จำเลยได้ทำสัญญากัน โดยโจทก์ยอมโอนสิทธิการเช่าที่ดินและขายเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยเป็นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท จำเลยวางเงินมัดจำให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจำเลยจะจ่ายให้เมื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่อำเภอ โจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าที่ดินให้จำเลยแล้วและตกลงนัดทำนิติกรรมโอนเรือนแก่กัน เมื่อถึงกำหนดจำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมชำระเงิน และไม่ยอมไปทำนิติกรรมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าที่ดินคืนมาเป็นของโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉยจึงขอให้บังคับจำเลยให้โอนสิทธิการเช่าที่ดิน หากจำเลยไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า จำเลยได้เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์โดยตรง ไม่ได้รับโอนสิทธิการเช่าจากโจทก์และจำเลยได้ตกลงรับซื้อเรือนของโจทก์จริงแต่โจทก์บิดพลิ้วไม่ยอมโอนขายเรือนให้จำเลยโจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา แม้จะฟังว่าจำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าคืนแก่โจทก์ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าที่ดินคืนแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยโดยนายปรีชา ใหญ่ไล้บาง ผู้รับมรดกความ ฎีกาว่าจำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาต่อโจทก์ ทั้งศาลจะบังคับให้เป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องของโจทก์เสีย ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว ปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายมา ใหญ่ไล้บาง บุตรจำเลยได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยตามคำสั่งศาลชั้นต้น ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๑๒ เมื่อจำเลยซึ่งขณะนี้ยังมีชื่อเป็นผู้เช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว สัญญาเช่าอันเป็นสิทธิเฉพาะตัวย่อมระงับสิ้นไป การที่จะบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามคำขอของโจทก์ย่อมไม่อาจทำได้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2067/2517 นายน้อย บุตรทรัพย์ โจทก์ นายมา ใหญ่ไล้บาง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายน้อย บุตรทรัพย์ · จำเลย - นายมา ใหญ่ไล้บาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · เพรียบ หุตางกูร · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจันทร์ ระรวยทรง · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช จรมาศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2018/2548ฎีกา 6239/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 1627/2505ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 581/2502ฎีกา 2224/2528ฎีกา 923/2523ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2160/2518ฎีกา 1687/2497ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2838/2539ฎีกา 426/2501ฎีกา 374/2510ฎีกา 1376/2512ฎีกา 41/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา