⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2451-2452/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2451-2452/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* นิติบุคคลย่อมดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนโดยคณะกรรมการ และคณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายให้กรรมการเป็นผู้ดำเนินคดีแทนได้ * บุคคลที่ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์โดยตรง ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินจากโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 เป็นสหกรณ์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนเมื่อ คณะกรรมการดำเนินงานได้มีมติตามข้อบังคับของโจทก์ที่ 1 มอบหมายให้กรรมการ 2 นายเป็นผู้ดำเนินคดีกับจำเลยแทนโจทก์ที่ 1 แล้ว โจทก์ที่ 1 โดยกรรมการ 2 นายนั้นก็ฟ้องจำเลยได้ หาเป็นการขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 801(5) ไม่ โจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 จัดซื้อข้าวโพดคนเดียวจำเลยที่ 2 เข้าไปร่วมซื้อข้าวโพดกับจำเลยที่ 1 เองโดยไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับโจทก์ที่ 1 ในเรื่องที่ขอรับเงินทดรองไปซื้อข้าวโพดส่งไปเหมือนกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าซื้อข้าวโพดส่งไปจากโจทก์ที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณารวมกัน ศาลฎีกาเรียกสหกรณ์การเกษตรหนองไผ่ จำกัด ซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนแรก และเป็นจำเลยที่ ๑ ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๑ นายสนิท มิ่งทัศน์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๒ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ นายประมวล บัณฑิตเนตร ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๓ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๓ และเรียกนายหวาน นาคะบุตร ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๑ในสำนวนแรกและเป็นโจทก์ที่ ๑ ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ ๑ นายวิชัยปอยเทียบ ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๒ ในสำนวนแรกและเป็นโจทก์ที่ ๒ ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ ๒ นายสิงห์โต ศรีบุตรดี ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๓ ในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ ๓ สำนวนแรกโจทก์ที่ ๑ ฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๗๐,๙๖๔.๕๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยที่ ๑ จะได้ชำระเงินให้โจทก์ที่ ๑ เสร็จถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระก็ให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ได้จำนองไว้กับโจทก์ที่ ๑ เป็นการประกันการชำระหนี้จำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ตัวแทนของโจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้อง การมอบอำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฯลฯ สำนวนหลัง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฟ้องโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ชำระเงินค่าข้าวโพด ๓๘๗,๒๔๒ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ที่ ๒จำเลยที่ ๑ ยังเป็นลูกหนี้โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๒๗๐,๙๖๔.๕๒ บาท ซึ่งโจทก์ที่ ๑ได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ในสำนวนแรก ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ ในสำนวนแรก และยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในสำนวนหลัง โจทก์ที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ ๑ ๒๗๐,๙๖๔.๕๒ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะได้ชำระเงินเสร็จ ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ได้จำนองไว้กับโจทก์ที่ ๑ ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์ที่ ๑ ในวงเงิน ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทนอกจากที่แก้นี้แล้วให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกาทั้งสองสำนวน ปัญหาในชั้นฎีกาว่า โจทก์ที่ ๑ มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ หรือไม่จำเลยที่ ๒ มีอำนาจฟ้องโจทก์ที่ ๑ หรือไม่ และโจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้จำเลยที่ ๑ หรือไม่ คดีได้ความว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นสหกรณ์ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๒๔ บัญญัติว่าให้มีคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ จำกัด คณะหนึ่งประกอบด้วยกรรมการซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกเป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนสหกรณ์ จำกัด ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกเพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙ บัญญัติว่านิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ต้องตามบทบัญญัติทั้งปวงแห่งกฎหมาย ภายในขอบวัตถุที่ประสงค์ของตน ดังมีกำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง มีข้อบังคับของโจทก์ที่ ๑ ข้อ ๖๓ หน้า ๒๓ ว่าให้คณะกรรมการดำเนินการเป็นผู้ดำเนินกิจการทั้งปวงและเป็นผู้แทนของโจทก์ที่ ๑ ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกให้เป็นไปตามกฎหมายข้อบังคับและมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งรวมทั้งในข้อย่อยที่ (๒๗) ว่าให้ฟ้อง ต่อสู้ หรือดำเนินคดีเกี่ยวกับกิจการของโจทก์ที่ ๑ หรือประนีประนอมยอมความหรือมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา และข้อ ๖๔หน้า ๒๓ ว่า การมอบหมายให้กรรมการทำการแทนในการดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกคณะกรรมการดำเนินการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ ข้อนี้ฟังได้ว่าโจทก์ที่ ๑ โดยคณะกรรมการดำเนินการได้มีมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ ๑๒ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ให้นายสุบิน มีประจำ กับนายสวย จันทรโชติ ซึ่งต่างก็เป็นกรรมการฟ้องจำเลยตามสมุดรายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ หน้า ๑๖๗ แล้วต่อมาคณะกรรมการดำเนินการได้มีมติที่ประชุม ครั้งที่ ๑๔ วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๓ให้นายประมวล บัณฑิตเนตร เป็นผู้มีอำนาจฟ้องจำเลยแทนนายสุบินซึ่งขอถอนตัวตามสมุดรายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการหน้า ๑๘๒กรณีจึงเป็นที่เห็นได้ว่า การที่คณะกรรมการดำเนินการได้มอบหมายดังกล่าวเป็นไปตามข้อบังคับของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งหมายความว่า นายประมวลและนายสวยได้เป็นผู้แทนของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือนัยหนึ่งโจทก์ที่ ๑โดยผู้แทนของนิติบุคคลได้ฟ้องคดีเอง จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๐๑ (๕) ดังที่จำเลยฎีกา โจทก์ที่ ๑ จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขายข้าวโพดและมีส่วนได้เสียในหนี้สินระหว่างโจทก์ที่ ๑ กับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงมีอำนาจฟ้องโจทก์ที่ ๑ด้วยนั้น จำเลยที่ ๒ เบิกความว่า โจทก์ที่ ๑ มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ จัดซื้อข้าวโพดคนเดียว จำเลยที่ ๒ เข้าไปร่วมซื้อข้าวโพดกับจำเลยที่ ๑ เอง เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับโจทก์ที่ ๑ ในเรื่องที่ขอรับเงินทดรองไปซื้อข้าวโพดส่งไปเหมือนกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าซื้อข้าวโพดส่งไปจากโจทก์ที่ ๑ ส่วนข้อเท็จจริงนั้นศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้โจทก์ที่ ๑ตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2451 - 2452/2517 สหกรณ์การเกษตรหนองไผ่ จำกัด โดยนายประมวล บัณฑิตเนตร และนายสวย จันทรโชติ กรรมการผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายหวาน นาคะบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย และ สำนวนอื่นอีกรวม 2

รายละเอียดคดี

คู่ความบัณฑิตเนตร - สหกรณ์การเกษตรหนองไผ่ จำกัด โดยนายประมวล · โจทก์ - และนายสวย จันทรโชติ กรรมการผู้รับมอบอำนาจ · 2 - นายหวาน นาคะบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย และ สำนวนอื่นอีกรวม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายเสรี บุณยวิศุทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา