คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2757/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รถยนต์ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับไม้หรือของป่าที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมต้องถูกริบเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33
ย่อคำพิพากษา
++ เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ++
++ โจทก์ฎีกา ++
++
++ คำพิพากษาสั่งออก - รอย่อ
++ แจ้งการอ่านแล้ว / โปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++
++
รถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้ให้ลูกจ้างของตนนำไปบรรทุกถ่านจากผู้ที่ลักลอบเผา โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นถ่านที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น แม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้จะมีบทบัญญัติเกี่ยวแก่การริบทรัพย์เป็นพิเศษซึ่งไม่อาจใช้บังคับแก่รถยนต์ของกลางคันนี้ได้ แต่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ไม่มีข้อความใดบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นอันจะแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้นำบทบัญญัติในภาค 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ ต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 มาใช้บังคับในการที่จะริบรถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 531/2510)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีผู้เก็บหาไม้ฟืนซึ่งเป็นของป่าหวงห้าม แล้วทำการเผาเป็นถ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยได้ใช้นายโกสุมภ์ลูกจ้างของจำเลยนำรถยนต์บรรทุกของจำเลยไปบรรทุกถ่านดังกล่าวออกจากที่เผาถ่านโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นถ่านที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลย และให้ริบรถยนต์ของกลาง
จำเลยอุทธรณ์ขอไม่ให้ริบรถยนต์ของกลาง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การริบทรัพย์มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้เป็นพิเศษแล้ว จึงไม่อาจที่จะนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการริบทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไปมาปรับใช้แก่การริบรถยนต์ของกลางคดีนี้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอริบรถยนต์ของกลางนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ริบรถยนต์ของกลาง
ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๒๙, ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ คดีมีปัญหาว่าจะริบรถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้ในการกระทำผิดได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการริบทรัพย์อยู่ ๒ มาตรา คือ มาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๔ ทวิ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการริบทรัพย์เป็นพิเศษ แต่ไม่มีข้อความใดบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นอันจะแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้นำบทบัญญัติในภาค ๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ ศาลจำต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ มาใช้บังคับในการที่จะริบรถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด ตามมาตรา ๑๗แห่งประมวลกฎหมายอาญาตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๑/๒๕๑๐ แต่การที่จะริบรถยนต์ของกลางตามมาตรา ๓๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้นเป็นเรื่องอยู่ในดุลพินิจของศาล กรณีปรากฏว่าจำเลยใช้รถยนต์ไปบรรทุกถ่านจากผู้ลักลอบเผาถ่านอีกต่อหนึ่ง หาใช่เป็นผู้ลักลอบเผาถ่านเองไม่ จึงเห็นว่าไม่ควรริบรถยนต์ของกลาง
พิพากษายืนในผลโดยไม่ริบรถยนต์ของกลาง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2757/2517
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายเซียมฮวดหรือเซียงฮวด แซ่เอี๊ยบ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายเซียมฮวดหรือเซียงฮวด แซ่เอี๊ยบ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ ไพเราะ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา