⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 394/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิดได้ยกเลิกความผิดนั้นเสีย การกระทำนั้นก็ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป และอำนาจฟ้องย่อมหมดสิ้นไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจอดรถกีดขวางการจราจร เป็นผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 64 ต่อมามีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ยกเลิกและใช้ความใหม่แทน ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ ดังนี้ เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนของเจ้าพนักงานจราจรแล้วเห็นได้ว่ากฎหมายไม่ประสงค์เอาโทษแก่จำเลย การกระทำของจำเลยซึ่งเดิมเป็นความผิดก็ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 2 อำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งฟ้องภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ ย่อมหมดสิ้นไปในตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ม.9 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม.13 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.14 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.64 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจอดรถเข็นหน้าตลาดสดเทศบาล เป็นการกีดขวางการจราจรและพูดค่าดูหมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจที่เข้าไปตักเตือนห้ามปรามจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477มาตรา 14, 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508มาตรา 13 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนของเจ้าพนักงานตำรวจแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานเลือกปฏิบัติว่ากล่าวตักเตือนแล้ว เจ้าพนักงานย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนความผิดของจำเลยอีก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฟังไม่ได้ว่าจำเลยดูหมิ่นเจ้าพนักงาน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องทั้งสองฐานความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาฐานจอดล้อเลื่อนกีดขวางการจราจร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อตำรวจจราจรได้เข้าไปตักเตือนจำเลยให้นำรถเข็นนั้นไปจอดที่อื่น จำเลยก็เชื่อและเข็นรถไปที่อื่นเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2514 อันเป็นขณะที่พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 64 ใช้บังคับ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2515 ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ข้อ 9 ออกใช้บังคับอันเป็นเวลาภายหลังการกระทำความผิด โดยให้ยกเลิกความในมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 และให้ใช้ความใหม่แทนซึ่งให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ การที่จ่าสิบตำรวจเสนอว่ากล่าวตักเตือนจำเลยและจำเลยปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนแล้ว เป็นที่เห็นได้ว่ากฎหมายไม่ประสงค์เอาโทษแก่จำเลย ฉะนั้น การกระทำของจำเลยซึ่งเดิมเป็นความผิด ก็ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยจึงพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 2 อำนาจฟ้องของโจทก์ (โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2515) ภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ ย่อมหมดสิ้นไปในตัวที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2517 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นายสุเทพ ตัชชนานุสรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ · จำเลย - นายสุเทพ ตัชชนานุสรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม · จันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 664/2520ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1797/2522ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 2083/2539ฎีกา 7283-7285/2540ฎีกา 1604-1605/2512ฎีกา 360/2536ฎีกา 2753/2540ฎีกา 778/2520ฎีกา 8308/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา