⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 525/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินดาวน์ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อต้องชำระในวันทำสัญญา ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดในเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดรวมถึงเงินดาวน์ด้วย แม้ผู้เช่าซื้อจะชำระเงินดาวน์ด้วยเช็คแล้ว แต่หากผู้ให้เช่าไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้นได้ ผู้ค้ำประกันก็ยังคงต้องรับผิดในเงินจำนวนดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

เงินดาวน์เป็นเงินค่าเช่าซื้อส่วนหนึ่งที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระในวันทำสัญญา หาใช่เงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไม่ ตามสัญญาค้ำประกันระบุไว้ชัดว่าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดในเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดซึ่งรวมทั้งเงินดาวน์ด้วย ตามสัญญาเช่าซื้อไม่มีข้อห้ามการชำระค่าเช่าซื้อด้วยเช็คโจทก์ผู้ให้เช่าย่อมรับชำระเงินดาวน์ด้วยเช็คได้ เมื่อโจทก์รับเงินตามเช็คไม่ได้ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันก็ต้องรับผิด แม้ตามสัญญาเช่าซื้อและใบเสร็จรับเงินจะระบุว่า โจทก์ได้รับเงินดาวน์จำนวน 25,080 บาทไว้ถูกต้องแล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้เช่าชำระเงินดาวน์ด้วยเช็ค โจทก์ก็นำสืบได้ว่าโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คนั้นไม่ได้ หาเป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารไม่ เมื่อจำเลยที่ 2 เอารถคันพิพาทไปใช้ชำรุดเสียหาย จำเลยที่ 2ในฐานะผู้ค้ำประกันก็ต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตลอดระยะเวลาที่จำเลยที่ 2 ครอบครองรถคันนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 391 วรรค 3 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 601/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.686

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ราคา ๙๔,๔๐๐ บาทโดยชำระเงินค่าเช่าซื้อบางส่วนในวันทำสัญญา ๒๕,๐๘๐ บาท เป็นเช็คส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นงวด ๆ โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และจำเลยที่ ๑ผิดนัดไม่ชำระเงินค่าเช่าซื้อรวม ๕ งวด โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คและเงินค่าเช่าซื้อที่ค้าง กับให้ส่งมอบรถคืน จำเลยเพิกเฉยต่อมาจำเลยที่ ๒ ส่งมอบรถคืนให้โจทก์ในสภาพชำรุดเสียหาย โจทก์จัดการซ่อม จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินตามเช็คค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระและค่าซ่อมรถพร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ขอถอนฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ ศาลอนุญาต จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์รับเงินดาวน์จากจำเลยที่ ๑ เป็นเช็คล่วงหน้าโดยจำเลยที่ ๒ ไม่รู้เห็นและไม่ได้รับรองเช็คนั้น จึงไม่ต้องรับผิด โจทก์ยังไม่ได้ส่งมอบรถยนต์ให้จำเลย เพียงแต่จำเลยที่ ๒ ขอรับมาโชว์เพื่อขาย เงินค่าเช่าซื้อก็ไม่ได้ค้างเพราะไม่มีการเช่าซื้อ รถอยู่ในความครอบครองของโจทก์ตลอดมาจนถึงวันส่งรถไปโชว์เพื่อขายดังกล่าว เงินค่าซ่อมรถแม้โจทก์จะซ่อมจริง จำเลยก็ไม่ต้องรับผิด เพราะตัวแทนโจทก์ได้รับมอบรถคืนไปในสภาพดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระเงินดาวน์ค่าเสียหายและค่าซ่อมแซมรถให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า เงินดาวน์คือเงินที่ผู้เช่าซื้อจะพึงชำระในขณะตกลงซื้อขายและก่อนทำสัญญาซื้อขาย ตามปกติต้องชำระเป็นเงินสด เมื่อโจทก์ยอมรับชำระเงินดาวน์จำนวน ๒๕,๐๘๐ บาทด้วยเช็คล่วงหน้าและออกใบเสร็จรับเงินเสมือนหนึ่งชำระด้วยเงินสด การที่โจทก์นำเช็คนั้นไปรับเงินไม่ได้เป็นความผิดของโจทก์เอง จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ค้ำประกันหรือรับรองเช็คดังกล่าว จึงไม่ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ดี ถ้าฟังว่าเงินดาวน์เป็นเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อค้างชำระจากจำเลยนั้น เห็นว่าเงินดาวน์เป็นเงินค่าเช่าซื้อส่วนหนึ่งของราคาค่าเช่าซื้อรถยนต์ของโจทก์ที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระในวันทำสัญญา หาใช่เงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไม่ ตามสัญญาค้ำประกันข้อ ๑ ระบุไว้ชัดว่า ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดในเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งเงินดาวน์ด้วย ตามสัญญาเช่าซื้อไม่มีข้อห้ามการชำระค่าเช่าซื้อด้วยเช็ค โจทก์ย่อมรับชำระเงินดาวน์ด้วยเช็คได้ เมื่อโจทก์รับเงินตามเช็คไม่ได้ จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันต้องรับผิดในจำนวนเงินตามเช็คนั้น โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้จากจำเลยที่ ๒ ได้ ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ตามสัญญาเช่าซื้อและใบเสร็จรับเงินระบุว่าโจทก์ได้รับเงินดาวน์จำนวน ๒๕,๐๘๐ บาทไว้ถูกต้องแล้ว โจทก์จะสืบว่าไม่ได้รับเงินดาวน์หาได้ไม่ เพราะเป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ นั้น เห็นว่าจำเลยที่ ๑ชำระเงินดาวน์ด้วยเช็ค โจทก์นำสืบได้ว่าโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คนั้นไม่ได้หาเป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารไม่ ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อและนำกลับมาฝากบริษัทโจทก์ในวันเดียวกัน โจทก์ส่งรถคันนี้ไปให้จำเลยที่ ๒ในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์เพื่อให้โชว์ขาย จำเลยที่ ๒ ไม่ได้นำรถคันนี้ออกใช้เลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากการใช้รถนั้นข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ ได้รับรถคันนี้ไปจากบริษัทโจทก์ แล้วต่อมาโจทก์ยึดรถคันนี้คืนจากจำเลยที่ ๒ และต้องเอาไปซ่อมเพราะชำรุดเสียหายหลายอย่าง แสดงว่าจำเลยที่ ๒ นำรถคันนี้ไปใช้ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๒ในฐานะผู้ค้ำประกันต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตลอดระยะเวลาที่จำเลยที่ ๒ครอบครองรถคันนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ วรรค ๓ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๐๑/๒๕๑๓ ระหว่างบริษัทสยามกลการและนิสสันจำกัด โจทก์ นายเผยอบบ์ พุ่มชูศรี กับพวกจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2517 บริษัทบางกอกสากลเบอร์ลี่มอเตอร์ส จำกัด โดยนายฮุยเซาทิน ผู้รับมอบอำนาจ นายเอ๊ดดี้ อิงลิช ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบอำนาจ - บริษัทบางกอกสากลเบอร์ลี่มอเตอร์ส จำกัด โดยนายฮุยเซาทิน · จำเลย - นายเอ๊ดดี้ อิงลิช ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศวิต สมหวัง · พิชัย รชตะนันทน์ · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุจริต เสถียรกาล · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 4015/2528ฎีกา 1800/2511ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3219/2534ฎีกา 6801/2540ฎีกา 4873/2528ฎีกา 8021/2549ฎีกา 794/2509ฎีกา 615/2531ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 4432/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1808/2512ฎีกา 311/2538ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 156/2513ฎีกา 1302/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา