⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 549/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในทันใดนั้น เพื่อให้ได้ทรัพย์ไป อาจแสดงออกโดยตรงหรือโดยปริยายก็ได้ หากผู้ถูกขู่เข็ญเข้าใจว่าจะได้รับภัยจากการกระทำของผู้ขู่เข็ญ ถือเป็นองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว

ย่อคำพิพากษา

การขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ อันจะเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์นั้น อาจขู่ตรงๆ ก็ได้หรือใช้ถ้อยคำทำกิริยา หรือทำประการใด อันเป็นการแสดงให้ผู้ถูกขู่เข็ญเข้าใจได้ว่าจะได้รับภัยจากการกระทำของผู้ขู่เข็ญก็ได้ จำเลยกับพวกอีก 3 คนซึ่งไม่ปรากฏว่าเป็นคนที่คุ้นเคยรักชอบพอกับผู้เสียหายพอที่จะขอเงินกันได้ มาเตะรั้วสังกะสีและระเบียงเรือนของผู้เสียหาย ผู้เสียหายออกมาดู จำเลยขอเงิน12 บาท ผู้เสียหายว่าไม่มี จำเลยกับพวกช่วยกันเตะรั้วและระเบียงเรือนจนสังกะสีรั้วหลุดออก 3 แผ่น และไม้ระแนงระเบียงเรือนหลุดหลายอันถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้เสียหายกลัวรั้วจะพังและกลัวจะถูกทำร้าย จึงต้องยอมให้เงินแก่จำเลยไป10 บาท จำเลยรับเงินแล้งยังพูดขู่เข็ญอีกว่า'ทีหลังถ้ากูมาอยากได้อะไร ให้ตามใจกูนะ' ซึ่งเข้าใจได้ว่าถ้าไม่ให้จะต้องถูกทำร้ายการกระทำของจำเลยครบองค์ความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๓ คนซึ่งยังจับตัวไม่ได้ บังอาจร่วมกันเป็นคนร้ายปล้นเอาเงินสดจำนวน ๑๐ บาทของนายบุญเพ็ง พลธะรัตน์ไปโดยทุจริต ในขณะปล้นทรัพย์ จำเลยได้ขู่เข็ญจะทำร้าย และเตะถีบรั้วบ้านและพนักระเบียงบ้านเจ้าทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าทรัพย์ส่งทรัพย์ให้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมิได้ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายแก่ตัวผู้เสียหาย จึงไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่เป็นความผิดต่อเสรีภาพ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรค ๒ ให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือน โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคต้นให้จำคุก ๕ ปี จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุจำเลยกับพวกอีก ๓ คนไม่มีอาวุธติดตัว ได้เตะรั้วสังกะสีและระเบียงเรือนผู้เสียหาย ผู้เสียหายออกมาดู จำเลยพูดขอเงิน ๑๒ บาท ผู้เสียหายตอบว่าไม่มี จำเลยกับพวกชวนกันเตะรั้วและระเบียงเรือนจนสังกะสีรั้วหลุดออก ๓ แผ่น และไม้ระแนงระเบียงเรือนหลุดหลายอัน ผู้เสียหายกลัวรั้วจะพังและกลัวจำเลยกับพวกจะทำร้าย จึงให้เงินจำเลยไป ๑๐ บาท จำเลยรับเงินแล้วพูดว่า "ทีหลังถ้ากูมา อยากได้อะไร ให้ตามใจกูนะ" แล้วจำเลยกับพวกก็พากันไป เห็นว่า องค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์ นอกจากลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายแล้ว ถ้ามีการขู่เข็ญว่า ในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ก็เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ได้ การขู่เข็ญอาจขู่ตรง ๆ หรือใช้ถ้อยคำ ทำกิริยา หรือทำประการใดให้เข้าใจได้เช่นนั้น เป็นการแสดงให้ผู้ถูกขู่เข็ญเข้าใจว่าได้รับภัยจากการกระทำของผู้ขู่เข็ญ การใช้กำลังทำร้ายต่อทรัพย์สินไม่ใช่ใช้กำลังประทุษร้ายก็จริง แต่การกระทำเช่นนั้นอาจเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายก็ได้ และการที่จำเลยพูดขอเงินผู้เสียหายผู้เสียหายไม่ให้ จำเลยกับพวกกลับแสดงอาการขู่เข็ญหนักขึ้นโดยเตะรั้วและระเบียงเรือนจดสังกะสีรั้วพัง และไม้ระแนงระเบียงเรือนหลุดหลายอันเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายทำให้ผู้เสียหายมีความกลัวว่าจำเลยกับพวกจะใช้กำลังประทุษร้ายจึงต้องจำยอมให้เงินแก่จำเลย จำเลยได้รับเงินแล้วยังพูดขู่เข็ญอีกว่า"ทีหลังถ้ากูมา อยากได้อะไรให้ตามใจกูนะ" คำพูดขู่เข็ญของจำเลยดังกล่าว แม้ไม่ใช่ถ้อยคำขู่เข็ญตรง ๆ ก็เข้าใจได้ว่าต่อไปถ้าจำเลยอยากได้อะไรแล้ว ผู้เสียหายต้องให้ ถ้าไม่ให้จะต้องถูกจำเลยทำร้ายคดีนี้ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายกับพวกจำเลยคุ้นเคยรักชอบกันอย่างไรที่จะขอเงินกันได้โดยสุจริต การกระทำของจำเลยดังกล่าวครบองค์ความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานปล้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2517 พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ นายแสงทอง หรือปิง แสนพัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม · จำเลย - นายแสงทอง หรือปิง แสนพัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายธวัชชัย ภิทักษ์พล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3144/2527ฎีกา 1176/2519ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3639/2530ฎีกา 2299/2532ฎีกา 2473/2520ฎีกา 1908/2528ฎีกา 15717/2553ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 1072/2534ฎีกา 213/2554ฎีกา 1946/2527ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 1637/2528ฎีกา 1587-1588/2503ฎีกา 6028/2552ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 1985/2531ฎีกา 312/2558ฎีกา 730/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา