⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 941-942/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941-942/2517

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยต้องห้ามมิให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทบางส่วน ถือเป็นการแก้ไขคำพิพากษามาก จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ย่อคำพิพากษา

คดีมีทุนทรัพย์ 3,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง กับที่พิพาทบางส่วนเป็นการแก้ไขมาก จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สำนวนแรก โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ไม้ตีปิดกั้นประตูหลังบ้านโจทก์ โดยเจตนาไม่ให้โจทก์ใช้สิทธิครอบครองที่ดินด้านหลัง เพื่อจำเลยจะได้ยึดถือเอาที่ดินด้านหลังเป็นของจำเลย มีเนื้อที่ประมาณ ๕ ตารางวา ราคา๓,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป สำนวนหลัง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกครัวในที่ดินของโจทก์ ต่อมาจำเลยอ้างว่าที่ดินที่ปลูกครัวนั้นเป็นของจำเลย โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนออกไป จำเลยไม่ยอมรื้อ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ สำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ห้ามไม่ให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทระหว่างต้นมะพร้าวกับฝาห้องแถวด้านหลังของโจทก์อีกต่อไป จำเลยทั้งสองสำนวนและโจทก์ในสำนวนหลังฎีกา ในปัญหาที่ว่าสำนวนแรกต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ เป็นผลให้โจทก์ไม่มีสิทธิในที่พิพาทเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทบางส่วน เป็นผลให้โจทก์ได้ที่พิพาทมาบางส่วน จำเลยเสียสิทธิในที่พิพาทไปบางส่วน ดังนี้ เป็นการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก จำเลยมีสิทธิฎีกาได้ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่โจทก์ทั้งสองซื้อมารวมทั้งที่ที่ชายคายื่นออกไปด้วย เมื่อวัดรวมกันดังนี้ ที่พิพาทไม่รวมอยู่ในเขตที่ดินของนายอ่องโจทก์ ส่วนที่ดินของนายสุทัศน์โจทก์นั้น มีที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินประมาณ ๑ วา ๑ ศอก เฉพาะที่ส่วนนี้นายสุทัศน์โจทก์มีสิทธิห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าให้ยกฟ้องนายอ่อง ชิวขุนทด โจทก์ในสำนวนแรกและห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาท อันเป็นส่วนของนายสุทัศน์ ลิ้มพงศานุรักษ์ โจทก์ในสำนวนหลัง ตั้งแต่หลังห้องแถวของโจทก์มาทางทิศตะวันออก ๑ วา ๑ ศอก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941 - 942/2517 นายอ่อง ชิวขุนทด โจทก์ นายชลอ ชิขุนทด จำเลย นายสุทัศน์ ลิ้มพงศานุรักษ์ โจทก์ นายชลอ ชิขุนทด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอ่อง ชิวขุนทด · จำเลย - นายชลอ ชิขุนทด · โจทก์ - นายสุทัศน์ ลิ้มพงศานุรักษ์ · จำเลย - นายชลอ ชิขุนทด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ ไพเราะ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา