⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1202/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานที่ทำแล้ว ผู้ว่าจ้างรับมอบโดยทราบข้อบกพร่องอยู่ก่อน ย่อมต้องชำระค่าจ้าง แม้จะมีการท้วงติงข้อบกพร่องภายหลังก็ตาม การที่ผู้รับจ้างจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะเป็นการผิดสัญญา แต่หากผู้ว่าจ้างเพิกเฉยไม่เคยยกเลิกสัญญาเพราะเหตุนั้น ผู้ว่าจ้างจะอ้างสิทธิหักค่าจ้างเพื่อเป็นค่าเสียหายไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์รับจ้างทำของให้แก่จำเลย เมื่อจำเลยรับมอบงานที่ทำทั้ง ๆ ที่ทราบข้อชำรุดบกพร่องอยู่ก่อนแล้ว จำเลยก็ต้องรับผิดชำระค่าจ้างแก่โจทก์ การที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ต้องรับผิดเพื่อการนี้เพราะจำเลยได้โต้แย้งท้วงติงในความชำรุดบกพร่องดังกล่าวภายในกำหนด 1 ปีแล้วนั้น ก็เป็นเรื่องความรับผิดในข้อชำรุดบกพร่องเป็นคนละเรื่องกับการที่จำเลยรับมอบงานแล้วไม่จ่ายค่าจ้าง การที่โจทก์เอางานบางส่วนไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงโดยมิได้รับอนุญาตจากจำเลย แม้จะเป็นการผิดสัญญา แต่เมื่อจำเลยเพิกเฉยไม่เคยยกเหตุนี้ขึ้นว่ากล่าวแก่โจทก์และไม่เคยขอเลิกสัญญากับโจทก์เพราะเหตุนี้ กรณีจึงไม่มีค่าเสียหายที่โจทก์จะต้องรับผิดอันจำเลยจะอ้างอำนาจตามข้อสัญญามายึดและหักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าทดแทน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.598 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.607

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำการหล่อเสา รายทางเสา ปักตั้งเสาพาดสายโทรเลขในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยโจทก์เป็นผู้จัดหาสิ่งของสัมภาระและแรงงานเอง ปรากฏตามสัญญาจ้างทำของ ๔ ฉบับ โจทก์ทำงานตามสัญญาดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย และเพิ่งมอบงานให้คณะกรรมการของจำเลยตรวจรับมอบงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๑ จำเลยจ่ายค่าจ้างตามสัญญาที่ ๕,๖ และ ๘/๒๕๐๙ ครบถ้วน ส่วนสัญญาที่ ๗/๒๕๐๙ จำเลยจ่ายให้โจทก์ ๑๓ งวด ค้างอีก ๗ งวด รวมเป็นเงิน ๖๓๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงถามจำเลยเพิกเฉย ในการทำสัญญาจ้าง โจทก์จัดการให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาคลองเตย ออกหนังสือค้ำประกันสัญญาจ้าง รวม ๔ ฉบับ เมื่อจำเลยตรวจรับมอบงานจากโจทก์ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนหนังสือสัญญาค้ำประกันดังกล่าวให้แก่โจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยใช้เงินที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๗๒๔,๕๐๐ บาท และดอกเบี้ย ให้จำเลยคืนหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาคลองเตย รวม ๔ ฉบับให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ทำงานไม่เสร็จเรียบร้อย และไม่ถูกต้องตามรูปแบบรายการท้ายสัญญา คณะกรรมการตรวจการจ้างของจำเลยมิได้ตรวจรับมอบงานดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้โจทก์ตามสัญญา ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้าง ๘ งวด ๖๓๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๒ จนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกัน ๔ ฉบับแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ทำการที่รับจ้างถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และจำเลยได้รับเงินที่จ้างจากโจทก์แล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องเบิกจ่ายให้โจทก์ตามระเบียบสำนักงานคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการจ้างฯ ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ใช้เหล็กหล่อเสาโทรเลขคอนกรีตผิดขนาดและใช้เสาแบบอื่นอันมิใช่เป็นแบบที่ใช้ประกอบสัญญา และมีข้อบกพร่องอื่น ๆ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในฎีกาของจำเลยเองก็รับว่าจำเลยรับมอบงานจากโจทก์ไว้ ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยรับมอบการที่ทำทั้ง ๆ ที่ทราบข้อชำรุดบกพร่องต่าง ๆ นั้นอยู่ก่อนแล้ว เช่นนี้ จำเลยก็ต้องรับผิดชำระค่าจ้างให้แก่โจทก์ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ต้องรับผิดเพื่อการนี้ เพราะจำเลยได้โต้แย้งท้วงติงในความชำรุดบกพร่องดังกล่าวภายในกำหนด ๑ ปี แล้วก็เป็นเรื่องความรับผิดในข้อชำรุดบกพร่อง คนละเรื่องกับการที่จำเลยรับมอบงานจากโจทก์แล้วไม่จ่ายค่าจ้างตามสัญญา ฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายที่ว่า การที่โจทก์เอางานบางส่วนแห่งสัญญาไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงโดยมิได้รับอนุญาตจากจำเลย ถือเป็นการผิดสัญญา แม้จำเลยมิได้บอกเลิกสัญญา จำเลยก็มีสิทธิที่จะยึดและหักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าทดแทนตามสัญญาข้อที่ ๕ วรรคสุดท้ายนั้น เห็นว่า จำเลยเพิกเฉยไม่เคยยกเหตุที่ว่านี้ขึ้นว่ากล่าวกับโจทก์ และไม่เคยขอเลิกสัญญากับโจทก์เพราะเหตุดังกล่าว กรณีจึงไม่มีค่าเสียหายที่โจทก์จะต้องรับผิดอันจำเลยจะอ้างอำนาจยึดและหักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าทดแทนดังจำเลยฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2518 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลพระพุทธบาทวิบูลย์ก่อสร้าง โดยนายวิบูลย์ ภู่พัฒน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ กรมไปรษณีย์โทรเลข โดยนายประสิทธิ สุรสิทธิ์ อธิบดี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความภู่พัฒน์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลพระพุทธบาทวิบูลย์ก่อสร้าง โดยนายวิบูลย์ · โจทก์ - หุ้นส่วนผู้จัดการ · ล. - กรมไปรษณีย์โทรเลข โดยนายประสิทธิ สุรสิทธิ์ อธิบดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประพจน์ สุขทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร โรจนวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2036/2542ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 258/2530ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 5434/2536ฎีกา 793/2507ฎีกา 145/2554ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1567/2513ฎีกา 158/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา