⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2399/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2399/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่จะทำร้ายผู้อื่นเกิดขึ้นภายหลังการลักทรัพย์และมิได้ต่อเนื่องกับการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลักไก่ 4 ตัวไปจากบ้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายชวนเพื่อนบ้านออกติดตามไป 1 ชั่วโมงเศษ ถึงกระท่อมนาซึ่งอยู่ห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 100 เส้น คนละหมู่บ้านกัน พบเข่งไก่กับไก่ 4 ตัวอยู่ในกระท่อม จำเลยนั่งอยู่ใกล้เข่งไก่ ผู้เสียหายเข้าไปถามจำเลย จำเลยลุกขึ้นยืนถือเหล็กแหลมจ้องมาทางผู้เสียหายกับพวก ผู้เสียหายกับพวกจึงช่วยกันจับจำเลยไว้ ดังนี้ เมื่อจำเลยถือเหล็กแหลมจ้องขู่ผู้เสียหายนั้น การลักทรัพย์ของจำเลยขาดตอนไปแล้ว ไม่ใช่อยู่ในระหว่างพาทรัพย์ไป การขู่จะทำร้ายเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลัง มิได้ต่อเนื่องในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.14 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอายุเหล็กแหลมเป็นอาวุธติดตัวบังอาจลักไก่ ๔ ตัวของนายบุญมี ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยจำเลยใช้เหล็กแหลมขู่จะแทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายกับพวก ทั้งนี้เพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไป เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเหล็กแหลม ๑ เล่ม ที่จำเลยใช้กระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นการลักทรัพย์ ไม่ใช่ชิงทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ คงจำคุก ๘ เดือน ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า ในวันเวลาเกิดเหตุจำเลยลักไก่ ๔ ตัวไปจากบ้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายชวนเพื่อนบ้านออกติดตามไป ๑ ชั่วโมงเศษ ถึงกระท่อมนาซึ่งอยู่ห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ ๑๐๐ เส้น คนละหมู่บ้านกัน ไปพบเข่งไก่กับไก่ ๔ ตัวอยู่ในกระท่อมของนายจิต จำเลยนั่งอยู่ใกล้เข่งไก่ ผู้เสียหายเข้าไปถามจำเลยว่ามึงเอาเข่งไก่กูมาทำไม จำเลยตอบว่าไม่ใช่ของพ่อลุง แล้วลุกขึ้นยืนถือเหล็กแหลมจ้องมาทางผู้เสียหายกับพวก ผู้เสียหายกับพวกจึงช่วยกันจับจำเลยส่งผู้ใหญ่บ้านและตำรวจเพื่อดำเนินคดีนี้ ได้ความดังกล่าวแล้วเห็นว่า เมื่อจำเลยถือเหล็กแหลมจ้องขู่ผู้เสียหายนั้น การลักทรัพย์ของจำเลยขาดตอนไปแล้ว ไม่ใช่อยู่ในระหว่างพาทรัพย์ไป การขู่จะทำร้ายเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลัง มิได้ต่อเนื่องในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลย จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ พิพากษายืน (กฤษณ์ โสภิตกุล สุมิตร ฟักทองพรรณ ชม วีระเวคิน) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2399/2518 นายน้อยหรือบุญชู นิลผายหรือสุ่มมาลย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความจำเลย - นายน้อยหรือบุญชู นิลผายหรือสุ่มมาลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายอุระ หวังอ้อมกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 2546/2527ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 268/2468ฎีกา 5999/2544ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 213/2554ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา