⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2615/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2615/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ยานพาหนะเพื่อหลบหนีหลังการกระทำความผิดสำเร็จ ไม่ถือเป็นทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) จึงไม่อาจริบยานพาหนะนั้นได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยร่วมกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนีเพื่อให้พ้นการจับกุมเมื่อพวกจำเลยชิงทรัพย์ได้มาแล้ว จำเลยจึงต้องระวางโทษหนักขึ้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี แต่รถจักรยานยนต์นี้ก็มิใช่ทรัพย์สินซึ่งจำเลยกับพวกได้ใช้หรือมีไว้ในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์รายนี้ คงเป็นเพียงยานพาหนะไปมาและพาจำเลยกับพวกหลบหนีให้พ้นการจับกุมโดยสะดวกและรวดเร็วเท่านั้น จึงมิใช่ทรัพย์สินที่ริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คนร่วมชิงทรัพย์ โดยจำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ให้พวกของจำเลยนั่งซ้อนท้ายเข้าทำการชิงทรัพย์ในร้ายขายของ แล้วพาหลบหนีไป จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และเจ้าพนักงานตำรวจยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๓๓๕,๓๔๐ ตรี, ๘๓,๙๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔,๑๕ ริบของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับในข้อที่เคยต้องโทษและพ้นโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง, ๘๓ ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี, ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔,๑๕ จำคุก ๑๕ ปี เพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ กึ่งหนึ่ง จำคุก ๒๒ ปี ๖ เดือน รับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก ๑๕ ปี ของกลางริบ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะพลบหนีเพื่อให้พ้นการจับกุมเมื่อพวกจำเลยชิงทรัพย์ได้มาแล้ว จำเลยจึงต้องระวางโทษหนักขึ้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี แต่รถจักรยานยนต์นี้ก็มิใช่ทรัพย์สินซึ่งจำเลยกับพวกได้ใช้หรือมีไว้ในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์รายนี้ คงเป็นเพียงยานพาหนะไปมาและพาจำเลยกับพวกหลบหนีให้พ้นการจับกุมโดยสะดวกและรวดเร็วเท่านั้น จึงมิใช่ทรัพย์สินที่ริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓(๑) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาริบรถจักรยานยนต์ของกลางยังไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้เฉพาะข้อที่ให้ริบของกลางเป็นว่า รถจักรยานยนต์ของกลางให้คืนจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2615/2518 พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ นายลาฮูติง มามุ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · จำเลย - นายลาฮูติง มามุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · สมคิด มงคลชาติ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายบุญส่ง วรรณกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 2530/2527ฎีกา 5999/2544ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 213/2554ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 778/2519ฎีกา 4105/2541ฎีกา 831/2532ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 3380/2531ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา